โลก...ณ ปัจจุบัน ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย สิ่งแวดล้อม ป่าไม้ แหล่งน้ำ..ธรรมชาติ ได้ถูกทำลายด้วยน้ำมือของเหล่ามนุษย์มาตลอดหลายพันปี

ปัจจุบันมนุษย์ได้ตอบสนองความโลภอันไม่มีที่สิ้นสุดของตนด้วยการทำลายธรรมชาติ รุกล้ำป่าไม้ เพื่อความต้องการของตัวเองและถึงแม้บัดนี้ โลกแห่งนี้จะเสื่อมโทรมลงไปมาก แต่มนุษย์เหล่านี้หาได้ตระหนักถึงมันเลยเพราะถูกกั้นอยู่ด้วยความคิดที่ว่า'มันเป็นเรื่องไกลตัว'


ด้วยเทคโนโลยีที่ได้พัฒนาอย่างมหาศาลในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนหลงลืมความเชื่อและการอยู่ร่วมกับธรรมชาติในอดีต   หันไปพึ่งวิทยาศาสตร์ที่ตอบสนองความโลภของตนได้อย่างดีและสะดวกสบายยิ่งกว่า


แต่โลกนั้นยังไม่หมดสิ้นหนทาง ยังไม่มีผู้ได้บนโลกทราบว่าได้มี'โลกคู่ขนาน'อยู่อีกแห่งหนึ่ง

ที่โลกอีกมิติหนึ่ง   โลกอีกแห่งที่ในอดีต ประชากรของที่แห่งนี้ได้อาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ แต่ได้ใช้พลังข้ามมิติย้ายถิ่นฐานมาที่นี่ เพราะมองได้เห็นถึง'ความเสื่อม'ของโลกในอนาคตข้างหน้า


ในโลกคู่ขนานแห่งนี้นั้น ถึงแม้เทคโนโลยีจะมิได้พัฒนาไปเท่ากับโลก มันได้คงหลงเหลือความเขียวขจีและความเป็นธรรมชาติอยู่ไว้มาก แต่ผู้คน ณ ที่แห่งนี้ สามารถอาศัยพลังวิญญาณของตน ที่ถูกหล่อหลอมกับพลังธรรมชาติเพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่าเวทย์มนต์ หรือ 'พลังวิญญาณ'

 

และในบัดนี้ ที่โลกแห่งนั้น กำลังเฟ้นหาผู้ซึ่งจะเป็นผู้กอบกู้โลกให้พ้นกลียุคณปัจจุบันนี้  กำลังเฟ้นหาผู้ที่จะได้เป็น  'โซลมาสเตอร์' (Soul Master) รุ่นต่อไป

 


.................................

 

ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง

 

"เห้อ..." เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ทอดสายตาออกไปยังท้องฟ้าภายนอกหน้าต่างของห้องเรียนชั้นสาม เสียงอาทิตย์ยามบ่ายสะท้อนเผยให้เห็นเส้นผมสีดำสนิทกำลังส่องประกายงดงาม ต่างจากนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของเขาที่หรี่ลงจะแทบจะปิดเพราะความเบื่อหน่าย

จ้องก้อนเมฆ และเหล่าสัตว์ปีก กลางท้องฟ้าสีครามสดใส รอยยิ้มได้ปรากฎบนใบหน้าคมคายอย่างไม่รู้ตัว


จิ๊บ ....เสียงร้องของเหล่านกตัวจ้อย ที่กระพือปีกน้อยๆ บินว่อนอยู่ท่ามกลางนภาทำให้เด็กหนุ่มเบิกตากว้าง


'ถ้าคนเรามีเวทย์มนต์ที่ทำให้บินได้ก็คงจะดีนะ....'

ฟุบ...

'เธอมีแน่จ้ะ....แต่ตอนนี้ไม่สะดวก ที่เหลือไว้คุยกันเย็นนี้นะ'เด็กหนุ่มพึมพัมกับตัวเอง แต่จู่ๆเขาได้ยินเสียงแผ่วเบาลอยเข้ามากระทบเข้าข้างหู ก่อนหายไปราวกับได้กระแสลมเป็นผู้นำเสียงหวานนั่นมาหาเขาและจากไป

 

"ใครน่ะ!! "

 เด็กหนุ่มลุกขึ้นพรวด สอดส่องหาต้นเหตุของเสียงหวาน แต่ก็ไม่พบ  หนำซ้ำ ยังถูกอาจารย์ร่างใหญ่ที่ยืนกร่างอยู่หน้าชั้นติอีก

"เธอจะลุกขึ้นมาทำไม นั่งลงไปซะ เวลาเรียนก็ไม่ตั้งใจ ยังจะมาขัดการเรียนการสอนอีก เธอรู้มั้ยว่าทุกคนเขาลำบากขนาดไหนที่คนคนนึง ทำให้ทุกคนต้องเสียเวลา!!"


...มาเป็นชุด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงกล่าวขอโทษ แล้วนั่งกลับลงที่เดิม

 


'ไว้เจอกันตอนเย็นนะจ๊ะ' ประโยคเมื่อครู่ ดังซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาท     ที่ว่าไว้เจอกัน มันหมายความว่ายังไงแปลว่า เธอจะมาหาฉันหลังเลิกเรียนหรือไง!

 


แต่ถ้าได้เจอกัน จะได้ด่าซักชุด ที่เธอทำให้ฉันถูกอาจารย์ดุ หึหึ

 


______________________________________________


บทนำ จบ.....

 


PS: 1  ภาษามันแข็งๆอะ รับไม่ได้ ยังฝึกตนมาไม่พอสินะ T^T

PS: 2 เรื่องนี้เป็น ฟิคออริเรื่องแรกของผมเน้อ ชื่อตัวเอกยังไม่เปิด ปิดไว้เป็นความลับของทางราชการ หุหุ ^ ^

edit @ 7 May 2010 18:57:38 by BlackKnife

Comment

Comment:

Tweet

น่าสนุกครับconfused smile

#3 By USphere on 2010-05-05 03:30

ถึงกระต่ายของเค้าจะหลอน ...

แต่ก็ำไม่เหวงน๊ะค๊ะ
/me เผ่นนน

#2 By aliceangelique on 2010-05-04 22:43

บรรยายได้เห็นภาพดีค่ะ >o<''

สนับสนุนๆๆๆๆ
แนวแฟนตาซีใช่มั๊ยจ๊ะเนี่ย

ห๊ะแหมมม น่าอ่านซะ ..

PS..อยากเป้น 1 ในตัวละครจัง

#1 By aliceangelique on 2010-05-04 22:39