ตอนแรก : การพบเจอ ชะตากรรมหรือ..พรมลิขิต

 


หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อครู่ไปซักพัก กาลเวลาได้คล้อยเข้าสู่ยามเที่ยง  เวลาที่เหมือนทรวงสวรรค์บนดินสำหรับเหล่านักเรียนทั้งหลาย หลังจากต้องทนเข้าเรียนคาบวิชาในช่วงเช้าอย่างไม่มีหยุดหย่อน


สมองที่เหนื่อยล้า จะได้พักผ่อน และเติมความอิ่มของร่างกายให้เต็มในช่วงนี้  ทันทีที่เสียงออดแห่งคาบสุดท้ายในช่วงเช้าดังขึ้นเหล่าเด็กนักเรียนต่างพากันวิ่งกรูออกจากห้องเรียนในทันที  เพียงแค่ชั่วอึดใจ ห้องเรียนที่มีสมาชิกนั่งเรียงรายจนเต็ม บัดนี้เหลือเพียงเด็กหนุ่มผมดำที่นั่งฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างห้อง โดยมีเพื่อนชายอีกสองคนกำลังยืนรายล้อมอยู่รอบๆ

 

เห้อ..

ชายคนแรกถอนหายใจเบาๆ   ยื่นมือไปสะกิดผู้อยู่ในห้วงแห่งนิทรา


"นี่ ตื่นๆได้เวลาพักเที่ยงแล้ว"


.... ไม่มีการตอบรับ นอกจากผู้หลับไหล เพียงแค่ตะแคงพลิกศีรษะไปอีกด้านหนึ่ง

 

สิ่งที่ทำให้ชายทั้งคู่ พากันส่ายหัวกับพฤติกรรมของเพื่อนสนิทตรงหน้า


"อย่าเลยน่า เอธิส หมอนี่มันคงไม่คิดจะตื่นง่ายๆหรอก" บุรุษคนที่สองกล่าวกับชายคนแรกที่กำลังจะสติแตกหมดความอนทน ดวงตาเรียวภายใต้กรอบแว่นหนาหรี่เล็กลง แสดงถึงความรู้สึกถึงความอดทนที่จะหมดลง

 

"หมอนี่น่ะ ถ้าไม่ใช่วิธีรุนแรงคงจะไม่ตื่..เฮ้ย!" เอธิสสะดุ้ง กระโดดถอยหลังอย่างว่องไว  ผู้ชายที่ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น กลับกำลังเงยหน้าช้าๆ


เด็กหนุ่ม ยกมือขึ้นขยี้ตา นัยน์ตาน้ำตาลเข้มที่ยังลืมไม่เต็มกวาดมองเหล่าเพื่อนสนิทผู้แสนดีทั้งสอง(?) คนหนึ่งชายผู้มีเรือนผมชี้สั้นสีเขียวธรรมชาติและดวงตามรกต กับอีกคน เอธิส แสงอาทิตย์ส่องสะท้อนเส้นผมสีน้ำเงินเข้มของเขา กระจกเลนน์แว่นตาหนาที่สะท้อนแสงอรุณวาววับจนทำให้ไม่เห็นนัยน์ตา

 

"ตื่นจนได้นะ.. เซน" ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตามรกตกล่าวน้ำเสียงเรียบ


เซนเหลือบมองเพื่อนสนิทที่ปั้นสีหน้าเรียบเฉียไว้ตลอดเวลา


"เออๆ ว่าแต่  เรียว นายก็รู้นิว่าถ้าจะปลุกฉันน่ะ ต้องมาปลุกก่อนถึงเวลาประมาณเกือบสิบนาทีฉันถึงจะตื่นทัน" เชสกล่าว ก่อนยกมือขึ้นปิดขณะกำลังฉีกปากหาว      ผลที่ได้รับคือเรียวตะคอกใส่โดยยังพยายามกดน้ำเสียงให้เรียบ  "แล้วไอ้ที่ อาจารย์น่ะปล่อยมันเกินสิบนาทีหรือยังห่ะ นายต้องรีบๆตื่นไม่งั้นกินข้าวไม่ทันไม่รู้ด้วย!"

 

เซนชำเลืองมองเพื่อนทั้งสองที่เริ่มโมโหเป็นครั้งที่สอง

 

เรียว....ผู้มีนิสัย เยือกเย็นดุจน้ำแข็ง เขามีพรสวรรค์และเก่งในด้านกีฬา แต่หมอนี่การเรียนไม่เอาไหน ต่างจากอีกคน เอธิส เด็กหนุ่มผู้สวมแว่นกรอบหนาสีน้ำเงินเข้มไว้ตลอดเวลา ถึงจะใจร้อนแต่ทว่าการเรียนนั้นกลับดีจนผิดหูผิดตา สำหรับเซนแล้ว ถ้าสองคนนี่สลับนิสัยกันน่าจะเหมาะสมกว่าเยอะ


ส่วนตัวเขา...เซน  ถึงแม้เขาจะสนิทกับเพื่อนทั้งสอง แต่กลับไม่ได้เด่นในเรื่องในเรื่องหนึ่งเหมือนทั้งคู่ เขาไม่สามารถเล่นกีฬาได้เหมือนเรียว และไม่สามารถทำข้อสอบได้เก่งทุกวิชาเหมือนเอธิส  แต่เขารู้สึกว่าเพื่อนสนิททั้งคู่จะไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้เลย

 

เมื่อไม่สามารถ เถียงอะไรใดๆได้ เซนตัดสินใจ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวโปรด เดินตามเพื่อนทั้งสองไป


...........

 

ระหว่างทางเดินพื้นคอนกรีตยาว ข้างๆทางได้ถูกปลูกประดับด้วยเหล่าพันธุ์พืชสีเขียวสดและต้นหญ้าขจีจำนวนมาก   ทั้งสามก้าวเดินอย่างไม่ช้าและเร็วจนเกินไป เสียงฝีเท้าหนักหลายคู่กระทบพื้นหินดังอย่างเป็นจังหว่ะ  
การเดินทางเป็นไปอย่างสงบเงียบ ไม่มีใครเปิดสนทนาก่อนใครเงียบกระทั่งทำให้ได้ยินเสียงก้าวเดิน  จนเอธิสทนไม่ไหวต้องเป็นผู้เปิดการสนทนาคำถามที่ค้างคาใจ

"นี่เซน ที่นายลุกขึ้นระหว่างคาบเรียนน่ะทำไมเหรอ " เอธิสกล่าวกับเพื่อนสนิทอย่างเป็นห่วงและสงสัย


เซนก้มหน้าต่ำเล็กน้อย กล่าวอย่างปกติ

"ฉันได้ยิน..ได้ยินเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเรียกฉันน่ะ"


"เสียงผู้หญิง..ยังไงวะ ??" เอธิสถามต่อ เซนหันมามองหน้าเพื่อนสนิท พลางยิ้มอ่อนๆ


"จู่ๆฉันได้ยินประโยคทำนองว่า 'ตอนนี้ไม่สะดวก ไว้ค่อยคุยกันตอนเย็นนะ'" เซนเว้นระยะระหว่างคำ  "แล้วก็หายไป"

 

"แกอาจจะหูแว่วไปเองก็ได้นะ อย่าไปคิดมาก" เรียวกล่าวเสริม


คราวนี้ เซนเงยหน้ามองท้องฟ้า กระตุกรอยยิ้มหวานที่มุมปาก

"ไม่รู้เหมือนกันสินะ..."


_________________________________________

 

หลังจากบทสนทนาช่วงพักเที่ยง ทั้งสามไปทานอาหารที่ร้านของโรงเรียน หลังทานอาหารกลับมาเข้าเรียนตามปกติ ช่วงเวลาคาบบ่าย เซนกลับไปนั่งที่โตีะริมหน้าต่างเช่นเดิม หน้าแหงนมองท้องฟ้าตลอดเวลาพลางคิดถึงเรื่อง เสียงหวานที่เขาได้ยินในช่วงเช้า


'ถ้ามันเป็นจริง เย็นนี้จะเกิดอะไรขึ้นหรือไงนะ...' พลางคิดเรื่องที่เขาได้จินตนาการไว้ ไม่แน่ว่าเสียงนั้นอาจจะเป็นเสียงของมนุษย์ต่างดาวที่ต้องตัวเขาหรืออาจจะเป็นเสียงของวิญญาณสาวที่อยากให้เขาส่งส่วนกุศลไปให้ก็เป็นได้

ว่าไปนั่น!

 

ช่วงเวลาในคาบบ่ายหมดไปอย่างรวดเร็วในความรู้สึกของเซน เขาไม่รับรู้สึกวิชาที่อาจารย์สอนเขาช่วงบ่ายเลยแม้แต่นิด ตลอดช่วงเวลาหลายชั่วโมง เขาทำแต่เพียงมองออกนอกหน้าต่างคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆและกลับมาสนใจการเรียนเป็นระยะเวลาถูกครูผู้สอนดุ


จริงๆแล้ว ที่เป็นแบบนี้เพราะยัยนั่น..เพราะเธอคนเดียว คำพูดของผู้หญิงคนนั้นมันทำให้เขาคิดมาก เขาต้องการที่จะพิสูตรมันประจวบกับการเรียนการสอนในวันนี้นั้นได้หมด


เซนคว้ากระเป๋าแพนสีดำของเขา ก่อนเดินออกจากห้องไป

ใบหน้าคมคายเหลือบมองนาฬิกากลมที่ฝาห้อง พลางอ่านเวลาเบาๆ

'บ่ายสี่โมงสิบสองนาที.. (14:12น)'


ท้องฟ้าภายนอกยังคงใสสว่าง ถึงแม้เวลาจะเป็นบ่ายสี่โมงแล้วแต่เท่าที่สังเกตุด้วยสายตา ขณะนี้นั้น มันยังดูไม่คลับคลากับตอนเย็นนัก

เซนจ้องมองท้องฟ้าภายนอกอย่างหน่ายๆ เขาควรจะทำอย่างไรดี ถึงแม้ว่าเธอคนนั้นจะบอกว่า 'ตอนเย็น'แต่สถานที่ล่ะ! เธอคนนั้นไม่ได้พูดถึงมันเลยซะด้วยซ้ำ
สุดท้าย ชายหนุ่มได้ข้อสรุปตัดสินใจว่า จะเดินทางกลับบ้านก่อนแล้วเมื่อฟ้ามืดค่อยหาสิ่งผิดปกติที่จะเกิดขึ้น


เซนก้าวเดินอย่างแช่มช้าตามถนนคอนกรีต ถนนแห่งนี้มีช่องตรอกซอยมากมาย เขาต้องอาศัยความจำพอสมควรในการเดินทางกลับบ้าน ระหว่างทางเขาสังเกตุรอบตัวตลอดเวลาถึงสิ่งผิดปกติ ที่มันไม่มีเลยซักอย่าง

"ฮะฮะ ฉันคงหูแว่วไปเหมือนที่เรียวพูดจริงๆ "ร่างสูงถอนหายใจเบาๆอย่างโล่งอก คิดซะว่าเขาหูแว่วไปเอง และมันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นในเย็นนี้


'เธอไม่ได้หูแว่วหรอกนะ รอฟ้ามืดก่อนฉันจะมาปรากฎตัวให้เธอเห็น'

กึก...

อีกแล้ว!

ฝีเท้าหนาหยุดกึก เซนกวาดตวัดสายตาไปมาเพื่อหาต้นเสียง  แต่ก็ไม่พบ.....และอีกครั้งที่เขาต้องหงายหน้ามองท้องฟ้าที่ขณะนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มสลับแดง
บางที..เธอคนนั้นอาจจะเป็นนางฟ้าที่อยู่ข้างบนทรวงสวรรค์ก็เป็นได้

 


....

 

 

19:00 นาฬิกา


ท้องฟ้ายามเย็นเปลี่ยนเป็นสีมืด ท้องฟ้ายามราตรีที่ดวงดาวกำลังส่องแสงสดระยับเต็มท้องฟ้า พระจันทร์เป็นทรงกลมสีทองส่องแสงสดสว่างแทนพระอาทิตย์ยามค่ำคืน


เซนที่พึ่งจะออกมาจากบ้านของตน  ก็ต้องแหงนหน้ามองแสงดาวราวกับต้องมนต์สะกด  เมื่อเขาแหงนหน้าขึ้นก็ต้องตกใจกับสิ่งแปลกประหลาดที่ไม่ใช่ดวงดารากลางนภา

 

ร่างงดงามของหญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาวโพลนที่ถูกประดับด้วยลายลูกไม้เล็กๆตามคอเสื้อและชายกระโปรง ขณะกำลังลอยล่องท่ามกลางท้องฟ้ามืดสนิท แสงจันทร์สะท้อนกับเรือนผมสีน้ำตาลทองสลวยที่บิดพริ้วตามสายลม  ผิวขาวนวลผุดผ่องดั่งไข่มุก ริมฝีปากอิ่มสีอมชมพูราวกับกลีบดอกไม้ตามธรรมชาตินัยน์ตาสีไพรินคู่สวยกำลังจ้องมองเขาอย่างอ่อนโยน
เซนมองสาวน้อยผู้เปรียบดั่งเทพธิดาไม่กระพริบ หากสังเหตุดีๆ ที่ข้างกลางของร่างบางมีบางสิ่งที่คล้ายกับปีกโปร่งสีขาวกำลังกระพืออยู่

เด็กสาวค่อยๆบินต่ำลงอย่าช้าๆ กระทั่งฝ่าเท้าบางแตะกับพื้นคอนกรีตอย่างแผ่วเบาตรงหน้าเซน
ทันทีที่หญิงสาวลงจอดอย่างนิ่มนวล เธอได้อมยิ้มกับกริยาตกใจของเซนทันที ส่วนตัวเขานั้นกลับไม่รับรู้อะไร กำลังจ้องใบหน้านวลอย่างไม่กระพริบ

ยิ่งได้เห็นใกล้ๆ ความน่ารักยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ


"เธอ..." เซนจ้องเธออย่างฉงน รีมฝีปากเรียวเปล่งเสียงสั่นๆ ถึงแม้จะเป็นประโยคสั้นๆมันก็ทำให้เขาต้องรวบรวมความกล้าอยู่มากอยู่ทีเดียว


หญิงสาวส่งยิ้มหวาน "มีอะไรเหรอ ฉันก็มาตามสัญญาแล้วไง?"


เธอเอียงคออย่างสงสัย อัปกริยาไร้เดียงสาที่ทำให้เด็กหนุ่มผู้เขินอายต้องหลบสายตาไปทางอื่นเพื่อปิดใบหน้าแดงระรื่อ เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะพูดว่าอะไรดี แค่อยากจะคุยกับเธอคนนี้


"ว่าแต่...เธอชื่ออะไร " เซนหลบตาไปทางอื่น กล่าวประโยคถัดไป "เราพึ่งพบกันก็ควรจะแนะนำตัวกันก่อนนะ" เขาเปิดคำถามประโยคแรกอย่างรีบร้อน ในเวลานี้เขาคงคิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว


เด็กสาวคลี่ยิ้มบางๆ เธอจับชายกระโปรงขาวทั้งสองข้างดึงขึ้นเล็กน้อยย่อเข่าลงโค้งอย่างสง่างาม 

"ฉันชื่อ รุนเอควา จ้ะ"

 

"รุน เอ ควา" เซนทวนชื่อของเธอช้าๆชื่อที่ยาวถึงสามพยางค์มันทำให้โสตประสาทของเขาถึงกับต้องทำงานอย่างหนัก

ทันทีที่เห็นอย่างนั้น ใบหน้าหวานดูเศร้าหมองเล็กน้อย "ฉันรู้ว่าชื่อฉันมันแปลกๆ เพราะฉันไม่ได้เป็นคนของที่นี่นี่นะ" เธอก้มหน้าลงนัยน์ตาสีฟ้าหรี่ต่ำลงเหมือนกับว่าเธอกำลังจะร้องไห้

อาการนี้ของเธอ ทำให้เซนตกใจ เขารีบเข้าไปหาคำปลอบเธอในทันที

"ปล่าวนะ ฉันแค่คิดว่ามันยาวเฉยๆ"

เธอหันมามองเขา รอยยิ้มเล็กๆฉาบแทนสีหน้าเศร้าสร้อย เขาใช้จังหว่ะนี้กล่าวคำพูดที่เขาคิดไว้

"เอางี้..ฉันเรียกเธอว่า รุน แล้วกันนะ จะได้สั้นๆ "เซนฉีกยิ้มอย่างเป็นมิตร

"รุน?" ส่วนอีกฝ่าย สาวน้อยทวนคำพูดของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างฉงน

เซนพยักหน้า
"ทำไมเหรอ มีอะไรหรือปล่าว"

เธอส่ายหน้า "ปล่าวจ้ะ เรียกรุนก็ได้ฉันไม่ว่าอะไรหรอก"


ทั้งคู่ได้คุยกับซักพัก จนเซนนึกขึ้นได้ว่า คำพูดแรกที่รุนพูดกับเขาคือตอนที่เธอกล่าวว่า 'เขาก็มีสามารถเวทย์มนต์ได้'

"ว่าแต่ ที่เธอบอกฉันตอนเช้ามันหมายความว่ายังไงน่ะ"

รุนยิ้มอย่างอ่อนโยน

"เรื่องมันยาวน่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเล่านะ คืนนี้ฉันขอนอนพักก่อน" กล่าวจบเธอเดินตรงดิ่งเข้าบ้านเซนทันที แต่เซนที่กำลังช๊อคกับคำพูดเมื่อครู่ยังสามารถอาศัยช่วงชิงจังหว่ะคว้าข้อมือเรียวบางไว้ได้ทัน

"เธอจะไปนอนพักแล้วจะเดินเข้าบ้านฉันทำไมหา!"เขาตะโกนลั่น

เธอหันกลับมามอง แววตาสีไพรินที่สดใสราวกับอัญมณี  "ก็พลังของฉันไม่พอแล้วน่ะสิ ฉันต้องพักถึงคืนพรุ่งนี้น่ะ ดังนั้นคืนนี้ฉันขอนอนที่นี้แหละ~" กล่าวจบเธอจ้ำไปเข้าประตูอีกครั้ง


"เดี๋ยว!" เซนที่ตกใจสุดขีดควบคุมสติ ห้ามไว้ทัน

หมับ.. อารมณ์สติแตกเมื่อครูหายไปทันทีที่ฝ่ามือเรียวนุ่มทั้งสองข้างกุมมือหนาของเขาไว้แน่น


"น้า~ คืนนี้ฉันก็ไม่มีที่พักด้วยขอนอนที่นี่แหละ"

อึก..สุดท้าย เขาก็จำใจต้องพยักหน้าอนุญาตอย่างไม่เต็มใจ

ให้ตายสิ! แค่ครั้งแรกที่เจอเขาก็ต้องแพ้ซะแล้วแพ้ราบคาบให้กับความน่ารักของเธอ    รุนเอควา...สาวน้อยผู้งดงามราวกับเทพธิดาคนนี้
เขาจะทำอย่างไรต่อไปดี ถ้าบอกเธอไปว่าไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนมาค้างที่บ้าน แล้วที่สำคัญถ้าพ่อแม่ของเขารู้เข้า รับลองว่าได้ตายอย่างเขียด จะทำยังไงต่อไปดีเนี่ย!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 7 May 2010 18:58:14 by BlackKnife

edit @ 7 May 2010 18:59:41 by BlackKnife

Comment

Comment:

Tweet