ฟิคเวียน: ตอนที่1+2 (ฝาก)

posted on 11 Apr 2011 00:30 by blackknife

ตอนที่1

แกร่ก...แกร่ก...
เสียงของแท่งคาร์บอนที่มีขนาด 0.5 จากปลายดินสอกดกำลังค่อยๆกดและเกลี่ยไล่น้ำหนักไปมาอย่างคล่องแคล่วบนกระดาษสีขาวที่ว่างเปล่า
ด้วยมือของหญิงสาวผู้หนึ่ง โต๊ะที่มีไว้สำหรับทานอาหารสำหรับผู้ป่วยของทางโรงพยาบาลนั้นเป็นเหมือนเครื่องมือช่วยวาดภาพของเธอได้อย่างดีเยี่ยม...

พรินลิเต้ ลีน ออเดรย์.....นั่นคือชื่อของฉัน....อายุก็ไม่มากล่ะนะ....16 ปี
เรือนผมสีน้ำตาลเข้มเกือบดำยาวถึงทรงอกถูกปัดไปด้วยหลังจนหมดและส่วนผมด้วยหน้าฉันก็ตัดผมหน้าม้า เพื่อไม่ให้มันเกะกะเวลาวาดภาพน่ะ....
ขาทั้งสองข้างของฉันพิการไปเพราะอุบัติเหตุ...ทำให้เดินไม่ได้...เลยทำให้มาติดแหงกอยู่ในโรงพยาบาลแบบนี้.....
เจ้าหล่อนคิดไปพลางดวงตากลมสีหยกแก้วก็เงยมองท้องฟ้าที่มีเมฆสีขาวนวลล่องลอยเต็มไปหมด ก่อนจะเลื่อนลงไปจดจ้องกับภาพวาดของตนต่อไป
คงจะสงสัยสินะว่าทำไมฉันถึงมานั่งวาดรูปอยู่ในโรงพยาบาลนี้ได้..งั้นเอาเป็นว่าเราย้อนกลับไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วกัน....

"นี่ๆ !! เอ้าเงียบหน่อยสิทุกคน...วันนี้อาจารย์พาเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนมาด้วย เป็นเด็กผู้หญิงนะ !! "
.................
นิ่ง.....
"ไหนจารย์ไหน !! ผู้หญิงด้วย สวยเปล่าจารย์ !! "
เสียงเด็กชายคนนึงตะโกนถามอย่างหน้าไม่อาย เล่นเอาเพื่อนในห้องทั้งขำทั้งโห่ไล่ไปพร้อมๆกัน(เพราะความหมั่นไส้)
" Come on "  น้ำเสียงแหบของอาจารย์โฮมรูมเรียกให้เข้าไป หญิงสาวก้าวเข้าไปอย่างช้าๆเพราะความประหม่าและเขินอายอย่างมาก
และเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องเสียงโห่ของบรรดานักเรียนทั้งชายหญิงเพราะว่า.....
โครม !!!
...........
โชว์เเปิ้นขั้นเทพสะดุดล้มหน้าชั้นเรียน.......
อายไหม !!! = =
" Are you ok? "
" เอ่อ...หนู..ฟังภาษาออกค่ะ ไม่ต้องพูดอังกฤษก็ได้ค่ะอาจารย์ "
" อ่า...งั้นช่วยแนะนำตัวหน่อยสิ เพื่อนๆเขาจะได้รู้จักน่ะ..."
" คะ..ค่ะ "
พรินลิเต้ได้แต่ยืนตัวสั่นพั่บๆ เพราะว่าสายตาทุกคู่นั้นล้วนได้แต่จับจ้องมาที่ตัวเธอเพียงเดียว.....
จะจ้องกันทำม๊ายยยยยย !!!!
" อะ..เอ่อ...ดิฉันชื่อ..พรินลิเต้ ละ..ลีน ออเดรย์ ค่ะ...เอ..เรียกสั้นๆว่าพรินต์ก็ได้นะคะ..อายุ 16 ค่ะ "
บรรดาเพื่อนนักเรียนในห้องพากันเงียบกริบ....ยิ่งทำให้เครียดเข้าไปใหญ่....
" พรินลิเต้...ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ เอาล่ะไปนั่งเถอะ "
" อ..เอ่อ..ค่ะ "
เจ้าหล่อนได้แต่เดินตัวสั่นค่อยๆเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวที่ยังว่างอยู่.....โต๊ะตัวนั้นเป็นโต๊ะไม้แม้จะดูสกปรกและมีรอยขีดๆเขียนๆอะไรอยู่บ้างแต่ว่าขอแค่มีที่ให้เธอนั่งพักใจก็พอแล้ว
ให้ออกไปพูดหน้าชั้นแบบนั้น หัวใจแทบจะหลุดออกมาเลย ตื่นเต้นแทบแย่
ที่นั่งขอพรินลิเต้นั้นถือว่าชั้นยอดเลยทีเดียว.....นั่นก็เพราะว่า !!!!
เป็นที่นั่งข้างหลังสุด อยู่แถวกลางเพียงแค่เงยหน้าก็สามารถมองเห็นได้หมดกระดานดำแล้ว !!!
" เฮ้ ! "
เสียงเรียกจากข้างตัวทำให้ฉันถึงกับสะดุ้งแล้วหันตามไปหาต้นเสียง......เป็นเด็กผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายมือเธอ ดูท่าทางเหมือนจะเป็นคนเงียบๆเหงา
" ขอโทษที ช่วยหยิบยางลบหน่อยได้ไหมมันกระเด็นไปตกใกล้ๆโต๊ะเธอพอดี "
เธอก้มลงไปเก็บให้ทันทีโดยไม่ลังเล แล้วยืนส่งให้แต่ว่า....เขาไม่เอ่ยคำขอบคุณเลยซักนิดเดียว.....
ไปโกรธอะไรใครมาหรือเปล่าหนอ....
และหลังจากนั้นทั้งพักเที่ยงและหลังเลิกเรียน รอบๆตัวของหญิงสาวก็รายล้อมไปด้วยบรรดาเพื่อนในห้อง ซึ่งมักจะถามนู่นถามนี่ประมาณว่า
" ประเทศเธอเขาอยู่กันยังไงหรอ "
" หน้าหนาวเนี่ยหนาวไหม หิมะตกเป็นยังไง "
" คนที่นั่นเวลาว่างเขาทำอะไรกันหรอ "
" เด็กที่นั่นบางคนทำงาพาร์ทไทม์ด้วยสินะ ทำแล้วได้เงินเยอะไหม "
จะให้ตอบก็ได้อยู่หรอกนะ...แต่บางคนก็เล่นยิงมาเป็นชุดจนตอบไม่ทันเลยก็มี แย่จังเลย~
หลังจากตอบคำถามกันได้ที่(ตอบจนเหนื่อยเจียนตาย)แล้ว ร่างบางก็ค่อยๆหิ้วตัวเองเดินไปยังหน้าโรงเรียนและพยายามเดินกลับบ้านโฮสที่เธออาศัยอยู่ แต่ในระหว่างทางที่กำลังเดินกลับนั่นเอง
ก็ได้รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มันแปลกๆ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีชอบกลแต่ก็ยังเดินกลับทางเดิมอยู่และในขณะนั้นเอง....ก็ได้เห็น....
เด็กชาย..คนที่นั่งอยู่ข้างๆ...กำลังจะข้ามถนน
เขากำลังก้าวข้ามจากฝั่งนี้ไปอีกฝั่งนึงอย่างไม่ร้อนรนอะไรแต่ว่า.......
ในอีกด้านสายตาฉันก็ได้เหลือบไปเห็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับมาด้วยความเร็วสูง
ทำยังไงดี....
เขาไม่รู้ตัวเลย.....
แบบนี้โดนชนแน่....
และในวินาทีนั้นฉันได้ตัดสินใจ...........
ผลั่ก ! โครม !!!!!!

มารู้สึกตัวอีกทีฉันก็มาอยู่ที่โรงพยาบาลนี่แล้ว แถมขาก็กลายเป็นแบบนี้ไปเพราะอุบัติเหตุนั่น....ฉัน...ไม่สามารถเดินได้อีกแล้ว
เพราะแบบนั้นเวลาเบื่อก็เลยต้องวาดภาพเล่นแทน วันๆฉันไม่สามารถทำอะไรอย่างอื่นได้อีกแล้วนอกจาก กิน นั่ง นอน วาดภาพ รอคนมาเยี่ยมมั่งซึ่งอันนี้นานๆทีจะโผล่มา
อีกอย่างนึงร่างกายฉันมันก็อ่อนแอตั้งแต่แรกอยู่แล้วด้วย....ป่วยบ่อยจนเข้าโรงพยาบาลเป็นธรรมดาไปแล้ว
แต่รู้สึกคราวนี้เหมือนจะได้อยู่ไปทั้งชาติยังไงชอบกลเลยนะ....
ภาพวาดของเธอที่วาดนั้นเสร็จแล้ว เป็นภาพของนางพยาบาลคนหนึ่งที่เข้ามาดูแลเธอเป็นประจำซึ่งเธอรักนางพยาบาลคนนี้มากเหมือนพี่สาวคนหนึ่งเลยก็ว่าได้
เนื่องจากนางพยาบาลคนนี้แล้วนั้นไม่ค่อยจะมีใครมาชวนเธอคุยเลย จึงทำให้เธอเหงานั้นมาก
ตอนนี้ตะวันก็ตกดินไปแล้ว วันนี้พี่พยาบาลคนนั้นก็ไม่ได้เข้าเวร คงต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว....อยู่คนเดียว....พรินลิเต้คิดพลางกอดรูปวาดนั้น
" เฮ้ ! "
เสียงเสียงหนึ่งทำให้หญิงสาวสะดุ้งตัวแล้วหันไปที่หน้าต่าง.....
ชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าตาคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนโผล่มาที่หน้าต่างด้วยชุดองค์ทรงเครื่องยังกะหลุดมาจากการ์ตูนเรื่องใดเรื่องนึงก็มิปาน แถมมีปีกนี่ก็เหมือนของจริงยังไงไม่รู้
ร่างบางมองชายหนุ่มหน้าคุ้นเบื้องหน้า....
แล้ว....
ปิดหน้าต่าง.....
" เฮ้ย !! ปิดหน้าต่างทำไม เปิดมาคุยกันก่อนเซ่ !!! "
ชายหนุ่มเคาะหน้าต่างดังก๊อกๆๆๆ ส่งเสียงดังเป็นที่น่ารำคาญแก่พรินลิเต้เป็นอย่างมาก....
" ถ้าไม่เปิดฉันจะเคาะอย่างนี้ทั้งคืนเลยนะเฟ้ย ! "
สำเร็จดังคาดหญิงสาวในหน้ายอมทำตามแล้ว....
หน้าต่างก็ถูกเปิดออก......และ.....
โครม !!!
ของแข็งมีลักษณะเป็นไม้รูปทรง 4 เหลี่ยมถูกฟาดเข้าที่หัวของชายหนุ่มอย่างแรง...ใช่แล้วโต๊ะสำหรับทานอาหารของผู้ป่วยนั่นเอง พรินลิเต้ดึงมันออกมาฟาดหัวของเขาอย่างเต็มแรง !!
" มันรบกวนคนอื่นเขานะ ! "   เสียงด่าของหญิงสาวดังขึ้นครั้งแรก
" แล้วที่เธอตีหัวฉันนี่มันไม่รบกวนหรือไงกันฟะ เจ็บนะเนี่ย "  ชายหนุ่มย้อน
" อะ..ขะ..ขอโทษค่ะ "
" ช่างเหอะ หัวไม่แตกก็ดีแล้ว "   เขากล่าวพลางเอามือกุมหัวในส่วนที่โดนฟาด
" เอ่อ..ขอโทษนะคะ..คือ..คุณมาจากไหนหรือคะ ขึ้นมาได้ยังไง นี่มันชั้น 5 เลยนะคะ แถมโรงพยาบาลเขาก็ห้ามคนเยี่ยมไปแล้วด้วย "
" เรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยอธิบายนะ ว่าแต่ว่า..... "  เขาหยุดพูดไปซักพักสูดหายใจลึกแล้วถามต่อ " เธออยากได้อะไรหรือเปล่า "
" คะ? "
" คือแบบว่ายังไงล่ะ ความฝันแบบเนี้ย อย่างขาที่พิการนั่นไม่อยากให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมหรอ อะไรประมาณเนี้ย "
เขาว่าพลางแล้วหันหน้าไปอีกทางเหมือนไม่อยากสบตาด้วย แต่แล้วพรินลิเต้ก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกเกือบจะชนกันแล้วเอามือแตะหน้าผาก เล่นเอาชายหนุ่มสะดุ้งโหยงกระโดดตัวลอย
" เธอทำบ้าอะไรเนี่ย ! "
" ตัวก็ไม่ร้อนนี่คะ...พูดเป็นการ์ตูนไปได้ "
" นี่เธอจะหาว่าฉันทำไม่ได้เรอะ ! "
" ยังไม่ได้พูดเลยค่ะ.."  เจ้าหล่อนสวนทันควัน นี่เขาคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่หนอที่มาหาแม่คนนี้...คิดว่าจะคุยด้วยง่ายกว่านี้ซะอีก อยากจะเอาหัวโขกตึกแถวๆนี้ให้ตายจริงๆเล้ย !!!
" เฮ้อ....เอาเถอะ ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร "
" แต่ฉันอยากจะถามเธออีกครั้ง พรินลิเต้ ลีน ออเดรย์ เธอน่ะไม่อยากเดินได้อีกครั้งหรอ......"
บุรุษเบื้องหน้าที่นั่งอยู่บนระเบียงในยามค่ำคืนหันมาสบตากับเธอตรงๆแบบจริงจัง เหมือนอยากได้คำตอบจากปากเธอ อยากให้เธอตอบว่า 'ฉันอยากเดินได้อีกครั้ง'
" ทำไมคุณถึงใส่ใจกับเรื่องขาของฉันนักล่ะคะ ? "
" !!? เอ๊ะ ! เอ่อ...ก็ ...อ้าวซวยล่ะสิเวลาจะหมดแล้วฉันต้องไปแล้วล่ะ "
" อ้าวเดี๋ยวก่อ... ! "   ไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบร่างนั้นก็กระโดดลงตึกไป.....
.......................................
.......................................................โดดลงไปตั้ง 5 ชั้น.........
แล้วจะรอดไหมเนี่ย.............

 

 

 

 

 

ตอนที่2 ความรู้สึกและความปรารถนา (BlackKnife)

 
ดวงตาคู่สวยจับจ้องภาพเบื้องหน้าอย่างไม่ละวาง จะมีเพียงแต่ว่าทั้งๆที่เธอกวาดหาจนหมดแล้วสาวน้อยก็ไม่พบกับสิ่งที่เธอได้ค้นหา

เด็กหนุ่มคนนั้น ...คนที่ได้เข้ามาสนทนากับเธอเมื่อครู่แต่ว่าพูดคุยได้ไม่นาน เขาก็กระโดดออกหน้าต่างหายไป

'ให้ตายสิ..มาให้คนอื่นสงสัย แล้วจู่ๆก็หายไปดื้อๆอย่างนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน!'


ร่างบางทิ้งลงกับฟูกนุ่มของเตียงนอน ก่อนทิ้งสายตาเหม่อลอยมองเพดานขาวโพลน

เธอค่อยๆหลับตาทั้งสองข้างลงอย่างช้าๆ..

 

ฉับพลันความคิดอันสับสนได้ถาโถมเข้ามาในหัว คำถามมากมายที่ถูกตั้งขึ้นมาจนไม่อาจที่จะทำให้จิตใจสงบได้

ความคิดพุ่งซ่าน..มันทำให้นึกถึงความหลังที่แสนทรมาน


นั่นสินะ.....ฉันเองคงเกือบจะลืมไปแล้วล่ะมั้ง

ความรู้สึึก..ที่ปรารถนาจะกลับมาเดินได้อีกครั้งนั่น มันก็เคยมีอยู่หรอก

เพียงแต่พอได้รู้ตัวว่า..ถึงแม้ว่าว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถที่จะได้สิ่งที่สูญเสียไปคืนมาได้....ฉันก็ต้องยอมถอดใจ

การเฝ้ารอความปรารถนา..ที่ไม่มีทางเป็นจริงได้ มันก็มีแต่จะทำให้เจ็บปวดมากขึ้นเสียเปล่า


หยาดน้ำตาได้ไหลเอ่อคลอที่ดวงตาคู่งาม ...ราวกับต้องการจะเป็นกระจกเงา ซึ่งสะท้อนความเจ็บปวดของเด็กสาวออกมาแทนการแสดงออกทางสีหน้า

นั่นสินะ ไอ้ความรู้สึกบ้าๆนี้..ที่ไม่อาจจะลบเลือน ..

บาดแผลทางใจ คงไม่อาจที่จะเยียวยาให้หายได้ในระยะเวลาอันสั้น และยิ่งหากมันได้รวมกับแผลกายอย่างเช่นเธอคนนี้ด้วยแล้ว..มันก็ยิ่งยากเป็นทวีคุณ


แล้วจะทำอย่างไรดี..

 

 

.......

 


'ก๊อกๆ '


บานประตูเปิดออกอย่างแช่มช้า เรียกความสนใจจากเด็กสาวให้ออกจากห้วงภวังค์แห่งความคิด

พรินลิเต้มองแขกผู้มาเยือนด้วยความสงสัย เมื่อคนๆนั้นคือคนที่เธอคุ้นเคยอย่างยิ่ง และที่สำคัญเป็นคนที่ไม่น่าจะอยู่ที่นี่ในตอนนี้

"พี่คะ..วันนี้พี่ไม่ได้เข้าเวณไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะ" เธอลบคลาบน้ำตาออก ปั้นเสียงให้เป็นปกติเพื่อไม่ให้มีพิรุธ


นางพยาบาลสาวคลี่รอยยิ้มบางมองผู้เสมือนน้องสาว อย่างอ่อนโยน  "พอดี วันนี้พี่ว่างน่ะเลยแวะมาเยี่ยมพรินซักหน่อย  "


เธอประหลาดใจไม่น้อยเมื่อได้รู้ว่า คนคนนี้ใส่ใจเธอเพียงใด......ทั้งๆที่เธอเองยังไม่เคยทำประโยชน์อะไรให้กับพี่สาวคนนี้เลยซักครั้งด้วยซ้ำ.
...หนำซ้ำ..ยังรันแต่จะเป็นฝ่ายที่ถูกเขาคอยดูแลเสียด้วย

 

ริมฝีปากบางสั่นเทาเพราะความรู้สึกตื้นตัน ที่เต็มไปด้วยความสับสนและลังเลใจ

"พี่คะคือ..ทำไมพี่ต้องดีกับหนูถึงขนาดนี้ด้วยเหรอคะ" เธอเว้นวรรค ไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย  "ทั้งที่หนูเอง..ก็ไม่เคยช่วยอะไรพี่ได้เลยเลย..ทำได้แค่นั่งอยู่เฉยๆวาดรูปไปวันๆ แต่พี่ก็ยังอุส่าห์ดูแลหนูดีถึงขนาดนี้.."

หยาดน้ำตาค่อยๆรินไหล ไม่เข้าใจเลยซักนิด ทำไมกันพอนึกถึงเรื่องที่นี้ไรมันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแบบนี้...ราวกับว่ามันคือความเจ็บปวดที่กลั่นออกมาจากจิตใจที่บอกออกมาว่าไม่อยากที่จะต้องเป็นภาระของคนคนนี้


หลังจากนั่งรับฟังอย่างเนิ่นนานหญิงสาวส่งรอยยิ้มบางๆที่ดูอบอุ่น เธอค่อยๆย่างเก้าเข้ามาหาพรินลิเต้อย่างเช้าๆก่อนดึงร่างบางเข้ามาสวมกอด


"พ..พี่คะ" น้ำตาของเด็กสาวหยุดลง เมื่อเจ้าตัวรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่เธอได้รับผ่านอ้อมกอดนี้ ใบหน้าหวานที่เมื่อครู่ยังมีน้ำตากลับแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางที่เข้ามาแต่งแต้มให้ใบหน้าหวานดูมีชีวิตชีวามากขึ้น


"ก็เพราะ..พี่รักหนูนี่จ๊ะพริน  พี่น่ะรู้สุกกับหนูเหมือนเป็นน้องสาวแท้ๆของพี่เลยนะ"

"ค่ะ.." เธอกล่าวรับ แต่ยังคงไม่เข้าใจสิ่งที่คนๆนี้ต้องการสื่อ


"แล้วการที่พี่อยากจะมาเยี่ยมน้องสาวของพี่ อยากจะมาดูแลบ่อยๆมันผิดด้วยหรือจ๊ะพริน  "  รอยยิ้มพิมพ์ใจบนใบหน้าของนางฟ้าสาวทำให้รู้สึกอบอุ่น ราวกับเป็นแสงสว่างซึ่งสามารถละลายความทุกข์ในใจให้หายไปได้


คำพูดประโยคนี้ทำให้เธอเข้าใจหมดทุกสิ่ง ทั้งสิ่งที่เธอค้างคาใจและความรู้สึกของคนคนนี้ที่มีต่อเธอ..
เพียงแต่ในเวลานี้ยังมีอยู่เรื่องหนึ่ง..ที่ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของเธอ


"พี่คะคือ...หนูขอถามเรื่องนึงได้ไหมคะ?"

"จ๊ะ เชิญตามสบายเลย" พยาบาลสาวขานรับอย่างแจ่มใส


"เอ่อ..คือ" น้ำเสียงของเธอตะกุกตะกักเสียเล็กน้อย เมื่อเกิดความลังเลที่จะเอ่ยถาม "หนู..จะไม่มีทางกลับมาเดินได้อีกครั้งแล้วใช่ไหมคะ?"


สีหน้าของหญิงสาวดูหมองลงอย่างเห็นได้ชัด กล่าวตอบด้วยเสียงปกติ หากมันแฝงความความรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ

"จ้ะ..การแพทย์ปัจจุบันไม่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้...ขอโทษด้วยนะพรินพี่เองก็ช่วยอะไรไม่ได้ "


"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" เธอพยายามกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม เพื่อไม่ต้องการที่จะให้คนตรงหน้าเป็นห่วงมากจนเกิดไป


ที่เธอถาม ก็เพื่อแค่ต้องการให้แน่ใจในความคิดของตัวเองเท่านั้น เพียงแต่เท่านี้ก็ชัดแล้ว...สิ่งที่เธอค้างคามาตลอดตั้งแต่ตอนเช้า เธอได้เข้าใจมันแล้ว

ว่าคำพูดของเด็กหนุ่มคนนั้นเป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น ขนาดหมอยังรักษาไม่ได้แล้วคนอย่างนั้นจะมารักษาได้อย่างไร.

มันก็คงเป็นเรื่องจริงที่ขาของเราคงไม่สามารถกลับเป็นเหมือนเดิม... แต่การที่ทำให้เกิดความหวังเล็กๆขึ้นมา ทั้งๆที่ไม่สามารถทำให้ความหวังนั้นเป็นจริงได้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับคนโกหก..


คอยดูเถอะนะ หากเจอหน้ากันอีกครั้งละก็ คงต้องอัดซักเปรี้ยงให้หายแค้นกระมัง..

 


.................


เข้าสู่เช้าวันใหม่... ดวงตะวันลอยขึ้นสู่ท้องนภาอีกครั้งแผดแสงสว่าง ปลุกให้ทุกชีวิตฟื้นจากห้วงนิทราเพื่อเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดใส

แสงอรุณสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานเล็กดังเช่นทุกวัน ทำให้ภายในนั้นเกิดสว่างจ้าจนเด็กสาวไม่อาจที่จะทนหลับพักผ่อนต่อไปได้

พรินลิเต้ลุกขึ้นจากฟูกเตียงที่เธอใช้พักผ่อนเป็นประจำ  ทอดมองออกไปยังภายนอกหน้าต่างอย่างผ่อนคลาย แสงที่ส่องทะลุเข้ามาได้สะท้อนกับเรือนผมยาวสลวยของเธอจนทอประกายแสงระยับ


"วันนี้..ฉันจะได้เจอเด็กคนนั้นหรือเปล่านะ" เธอพึมพัมเบาๆปล่อยสายตาให้ลอยไปกับทิวทัศน์ภายนอก ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้ออกไปล่อยลอยอยู่กับโลกภายนอกอีกครั้ง


"รอใครอยู่หเรอ?. "  เสียงทุ้มที่คุ้นหู เรียกให้เด็กสาวกวาดสายตามองหาต้นเสียงอย่างทันที

เธอกวาดสายตาไปทางซ้ายขวา แต่ก็ไม่พบคนที่น่าจะเป็นต้นเสียง

"เฮ้..มองไปทางไหนกัน ฉันอยู่ที่ที่หาก"  ชายผู้เป็นต้นเสียง ค่อยๆลอยลงมาจากข้างบนอย่างช้าๆผ่านสายตาของร่างบาง ก่อนลงมานั่งที่ริมหน้าต่างอย่างนิ่มนวล


"สวัสดี สบายดีไหม?" เขากล่าวอย่างสดใส มองหญิงสาวที่กำลังตกตะลึงด้วยความขบขัน

"น..นี่คุณ มาได้ยังไงน่ะ "


"ก็มาจากข้างบนน่ะสิ" หนุ่มปริศนากล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม  แสงอรุณส่องเจิดจ้าผ่านเส้นผมสีน้ำเงินเข้มที่โบกพริ้วไปมานัยน์สีควันที่กำลังจับจ้องใบหน้าหวานอย่างนึกสนุก


"ว่าแต่คุณ..จะมาที่นี่อีกทำไม" เธอถามด้วยน้ำเสียงเรียบ จ้องคนแปลกหน้าอย่างตาขวาง แสดงความไม่เป็นมิตรเท่าไหร่


ตรงกันข้าม เขากลับมองใบหน้าที่จริงจรังของคนๆนี้เป็นที่ตลกเสียนี่

"ถามได้ เมื่อวานฉันยังคุยกับเธอไม่จบเลยนี่..."

"กลับไปเถอะค่ะ.." เธอสวนอย่างไร้ซึ่งความลังเล

"เอ๋?"

"ฉันเกลียดคนโกหกที่สุดนะคะ เพราะฉะนั้นคุณกลับไปเถอะแล้วก็อย่ามายุ่งกับฉันอีก"


 
"โหยเธอนี่.." เขาโอดครวญ "ฉันถามเธอตรงๆนะพรินลิเต้เธอไม่อยากเดินได้..." เด็กหนุ่มต้องหยุดคำพูดลงเมื่อเห็นว่าสาวน้อยตรงหน้า ได้หยิบแท่นไม้ที่เขาโดนเมื่อวานมาง้างไว้ในมือ


"เวลาจะคุยกับคนอื่นก็ต้องบอกชื่อตัวเองก่อนไม่ใช่เหรอคะ อย่างน้อยฉันจะเอาไว้แจ้งกับตำรวจได้ในกรณีที่คุณเป็นนักต้มตุ๋น"


"เฮ้อ..ยัยหัวดื้อเอ๊ย"


"ก็ได้ๆ...ฉันชื่อ ดีเฟอรัน คลาวด์ฟิน จะเรียกคลาวด์เฉยๆก็ได้นะตามแต่สะดวก.. "


ในตอนนี้ สิ่งที่เด็กสาวสังเกตุได้คือเด็กหนุ่มตรงหน้าเริ่มหัวเสียจากคำพูดตรงไปตรงมาของเธอ แต่น่าแปลกที่ถึงกระนั่นเขาก็ยังคงรักษารอยยิ้มอันเป็นตัวตนของตัวเองเอาไว้ได้

แต่ว่าฉัน...

"ฉันไม่ได้อยากรู้ตรงประโยคหลังค่ะ.."


"โอ๊ย! "

 

 

 

edit @ 11 Apr 2011 22:50:44 by BlackKnife

edit @ 13 Apr 2011 00:22:25 by BlackKnife

Comment

Comment:

Tweet

อืม... ตอนแรก ลองเว้นบรรทัดดูหน่อย จะทำให้อ่านได้ง่ายขึ้นนะจ๊ะ ส่วนเรื่องภาษาก็คงต้องค่อยๆ ปรับอีกนิด อ่านแล้วเหมือนจะขัดๆ แปลกๆ แต่โดยรวมถือว่าเยี่ยมจ๊ะ


ส่วนตอนที่สอง ไม่มีคอมเม้นท์อะไรมากนอกจากเรื่องคำผิดจ๊ะ ไม่ใช่ 'ลบเรือน' แต่เป็น ลบเลือนจ๊ะ อืม...หลักๆ ก็คงเท่านี้ล่ะ อ้อ เรื่องชื่อของตัวละคร ถึงจะเขียนกันคนละคน แต่ให้สะกดเหมือนกันจะดีกว่านะจ๊ะ คนอ่านจะได้ไม่สับสนมาก

#1 By AquaTales on 2011-04-11 19:13