ฟิคเวียน 3-4
posted on 11 Apr 2011 23:41 by blackknife" พรินจ๊ะ ! " เสียงหวานภายนอกห้องดังเข้ามาทำให้การสนทนาหยุดกึกในบัดดล
เจ้าของเสียงนั้นพรินลิเต้รู้ดีว่าเป็นใคร.....
" พี่เอาอาหารเช้ากับยามาให้น่ะจ้ะ ตื่นหรือยังน่ะ? "
ทั้งสองคนภายในห้องหันมามองหน้ากันตาไม่กระพริบเหมือนจะถามว่า จะทำยังไงดี ?
และแล้วหญิงสาวขาพิการผู้นี้ก็ต้องทำในสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้าต่างคิดไม่ถึง.....
แกร๊ก ....
เสียงประตูห้องผู้ป่วยปิดลงอย่างนุ่มนวลพร้อมกับหญิงสางวผู้สูงวัยกว่า อายุอานามดูแล้วราว 23 ปีได้ในชุดนางพยาบาลสีขาวติดป้ายชื่อ ' แอนนีต้า โอ๊คแลนด์ '
พร้อมถาดอาหารสำหรับผู้ป่วยในมือ ผมสีชาดถูกรวบไว้ใต้หมวกนางพยาบาลอย่างเรียบร้อย ดวงตาสีส้มแดงที่ละม้ายคล้ายช่วงอาทิตย์ตอนตกดินกำลังมองเธอ
" อ้าว ! ก็ตื่นแล้วนี่นา ทำไมถึงไม่ขานล่ะพริน ? "
เจ้าหล่อนวางถาดลงที่โต๊ะอาหารสำหรับผู้ป่วยตรงหน้าเธอ พรินลิเต้ได้แต่ยิ้มกลบเกลื่อนแล้วหัวเราะแหะๆ
" คือ..หนูเพิ่งตื่นตอนถามว่าตื่นหรือยังน่ะค่ะ.." นัยน์ตาสีหยกหรี่ลง เธอไม่ได้อยากโกหกคนๆนี้เลย แต่เพราะว่าเธอบอกไม่ได้ต่างหาก
เธอบอกไม่ได้ว่ามีเด็กผู้ชายท่าทางประหลาดปืนขึ้นชั้น 5 มาหาเธอเมื่อคืนและเมื่อกี้ก็มาหาด้วย
บอกไปแล้วพี่เขาจะเชื่อหรือไง.....ใครเขาจะไปเชื่อเรื่องแบบหนังการ์ตูนพรรค์นั้นกัน....
จู่ๆแอนนีต้าก็พุ่งพรวดไปที่หน้าต่างอย่างประหลาดแถมยังมองซ้ายขวารอบด้านบนล่างของภายนอกเหมือนสำรวจอะไรด้วย
ทำเอาพรินลิเต้สะดุ้งเฮือก ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
" พี่คะมีอะไรหรอ เกิดอะไรขึ้นหรอคะ ? "
" เห ? อ้อ...พี่ได้กลิ่นควันแปลกๆน่ะจ้ะ คล้ายกลิ่นควันบุหรี่น่ะ...มันจะไม่ดีต่อสุขภาพของพรินเอา.. "
" จมูกผีอะไรขนาดนั้นคะท่านพี่.... " พรินลิเต้กล่าวพลางหัวเราะ แอนนิต้าก็หัวเราะกับคำแซวนั้นไปด้วย
" งั้นปิดหน้าต่างก่อนดีกว่าเนอะ ? ให้ตายสินี่มันโรงพยาบาลนะเนี่ย ทำไมถึงมีกลิ่นบุหรี่ได้ล่ะยะ ใครบังอาจมาสูบใกล้ๆเนี่ย !! รู้ไหมว่ามันอาจทำให้คนไข้ที่นี่
อาการแย่ลงได้เลยนะยะ !!! " จากนั้นแอนนีต้าก็สติแตกสบถก่นด่ารัวคนที่ชอบสูบบุหรี่เป็นชุด.....
กว่าพรินลิเต้จะกล่อมให้ใจเย็นลงได้ก็กินเวลาไปนานสักพักเลยทีเดียว......เฮ้อ...ใครดูแลใครแน่เนี่ย...
" งั้น ! พี่ไม่ขัดจังหวะกินข้าวแล้วนะจ๊ะ ตอนช่วงเที่ยงๆพี่จะเอาอาหารเที่ยงมาให้แล้วก็มาคุยเป็นเพื่อนนะจ๊ะ "
และแล้วพี่สาวนางพยาบาล...คนที่อยู่กับเธอตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลมา...ก็เดินออกประตูไป........
แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเที่ยงๆพี่เขาก็มาอีกนี่นะ
ก๊อกๆ ! เสียงเคาะหน้าต่างบานที่เพิ่งถูกปิดไปดังขึ้น
คนเคาะนั่นก็ไม่ใช่ใครอื่น....ชายหนุ่มประหลาดคนเดิมแต่งชุดเดิมแต่.....
ดวงหน้าทางด้านซ้ายมือนั้นบวมฉึ่งไปทั้งซีกยังกะโดนอะไรกระแทกเข้าอย่างแรง.....และสีหน้าเขาตอนนี้ก็ออกแนวไม่รับแขกอย่างแรงด้วย
พรินลิเต้มองบานหน้าต่างอยู่ซักครู่.....
................
.....................
...........................
....................................
..............................แล้วก้มลงตักอาหารเช้าเข้าปาก..
" เฮ้ย !! มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนเด้ !! " คลาวด์ฟินเปิดหน้าต่างพรวด พรินลิเต้ท่าทางยังคงสงบเคี้ยวอาหารแล้วกลืนลงคอไป
" ที่นี่โรงพยาบาล กรุณาเงียบเสียงด้วยค่ะ "
" เอ่อโทษที...เฮ้ย !! ไม่ใช่ !! ฉันจะถามให้รู้เรื่อง "
" เรื่อง ? " หญิงสาวทวนเสียงสูงแต่ยังตักอาหารเข้าปากอยู่
" ก็ที่เธอตั๊นหน้าฉันนี่ไงเล่า ! " คลาวด์ฟินว่าพลางชี้ที่แก้มด้านซ้ายที่โดนเธอต่อยจนบวม
" ไม่ใช่แค่นั้นนะ ! ตั๊นซะฉันตกจากชั้นที่ 5 เลยด้วยไม่กลัวฉันดิ่งพสุธาม่องเท่งเลยรึไง ? "
" เมื่อคืนนี้คุณยังกระโดดลงจากชั้น 5 แล้วก็ยังไม่ตายเลยไม่ใช่หรือไงคะ "
จบ.......ต่อมุขไม่ออก.....
ตอนนี้คงฟันธงได้แล้วล่ะมั้งว่า...เขาคิดผิดเต็มประตูที่มาหาแม่คนนี้ !!
ตอนนั้น.....ตอนนี้แอนนีต้ากำลังจะเปิดประตูเขาที่คิดไม่ทันว่าจะทำยังไงดีและดูเหมือนพรินลิเต้ก็จนปัญญาด้วยเหมือนกัน
แต่ไม่รู้ว่าแม่เจ้าประคุณจนปัญญาอีท่าไหน จู่ๆก็ส่งหมัดอัดหน้าเขาเข้าให้ซะเต็มรักจนกระเด็นตกระเบียงร่วงตกลงจากชั้น 5 ลงสู่เบื้องล่าง
ถ้าเกิดว่าเขาเป็นคนธรรมดา.....ก็คงจะตายไปแล้วอย่างที่พูดนั่นล่ะแต่เพราะว่าตอนนี้........
เขาอยู่ในร่างที่ไม่ใช่มนุษย์......ตอนที่กระโดดตึกเมื่อคืนนี้ก็เหมือนกัน....
" แล้วนี่ไม่เรียนหนังสือหรือยังไงคะ " เสียงของร่างบางตรงหน้าดังขัด เธอไม่ได้ทองหน้าเขาเลยแม้แต่น้อยเพราะกำลังจะกินยา
" ใช้แรงงา...อุ๊บ ! " เขารีบตะครุบปากโดยไวเพราะเกือบจะหลุดเรื่องสำคัญไปซะแล้ว
" แรงงา ? "
" ไม่มีอะไรๆ....." แล้วเขาก็ยิ้มออกมา แต่เป็นรอยยิ้มที่ออกจะแปลกๆไปซักหน่อย
" พรินลิเต้ ลีน ออเดรย์...เธอไม่อยากได้ขาของเธอคืนหรอ ? "
" หมอยังรักษาไม่ได้เลย คุณจะทำได้ยังไงล่ะคะ "
" ทำได้สิ "
แล้วชายหนุ่มก็ลอดตัวผ่านหน้าต่างเข้ามาภายในห้อง....เข้ามายืนอยู่ข้างๆเธอ......
" แต่ว่าการจะทำให้ขาเธอหายได้ก็ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน...สิ่งที่มีค่าพอๆกับขาของเธอ..ถ้าเธอยอมจ่ายมันมา ฉันก็รักษาให้ได้ " ชายหนุ่มยังคงยิ้มอยู่เป็นยิ้มประหลาด
ที่เธอไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายคิดยังไงกันแน่ " กฏการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมยังไงล่ะ... "
" ไม่เอาอ่ะ " เธอตอบเสียงเรียบ
ตึง ! ชายหนุ่มล้มหัวคะมำให้กับคำพูดของเธอ
คำปฏิเสธภายใน 0.1 วินาทีของเธอทำเขาแทบลมใส่ ในหัวแม่นี่คิดยังไงเนี่ย....สงบใจไว้ก่อนดีเฟอรัน คลาวด์ฟิน ! สงบใจไว้ !!
" ขาหายได้เลยนะ เธอไม่อยากเดินได้อีกครั้งเลยหรอ "
" อยากค่ะ "
" แล้วทำไมไม่รับข้อเสนอล่ะ "
" ฉันไม่มีตังขนาดนั้นค่ะ "
ตึง !!! คลาวด์ฟินหัวคะมำรอบสอง......
ทำไมคุยยากอย่างนี้หนอ...กับคนอื่นไม่เห็นเป็นแบบนี้เล้ย !!
ชายหนุ่มเดินไปที่หน้าต่างก่อนจะกระโดดไปที่ระเบียงด้านนอก...
" ฉันจะขอถามอีกครั้งนะ พรินลิเต้ เธออยากได้ขาของเธอคืนหรือเปล่า ? "
พรินลิเต้ไม่ได้ตอบอะไรเพราะตอนนี้นั่งสัปหงกไปแล้วคงเพราะฤทธิ์ยาที่เธอเพิ่งกินเข้าไป.....
ให้ตายสิ ไว้ค่อยมาใหม่ก็ได้.....
เขาคิดพลางหัวเราะในลำคอ
จากนั้นชายหนุ่มก็กระโดดออกไปพร้อมกางปีกแล้วโบยบินสู่ท้องฟ้า......
_________________
ตอนที่ 4 ความสับสนและเด็กน้อย (BlackKnife )
ซ่า....
สายน้ำเย็นไหลเข้ากระทบกับริมหาดก่อให้เกิดท่วงทำนองที่เสนาะหู ..ภาพและเสียงของน้ำทะเลที่ไหลเข้าสู่ชายหาด ช่างคล้อยกับแสงสีส้มเข้มของดวงอรุณที่กำลังจะลับขอบฟ้าไปเสียจริง
ภาพทิวทัศน์เบื้องหน้าได้ถูกฉายผ่านนัยน์ตาทั้งคู่ และราวกับว่าได้ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับจิตใจของเด็กหนุ่ม
คลาวด์ซึ่งกำลังนั่งอยู่บนก้อนหินขนาดเท่าๆตัวเขาที่รืมหาด ทอดมองวิวทิวทัศน์ตรงหน้าอย่างไม่ละสายตาไปที่ไหน
หากมันสามารถทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นนี้สงบลงได้ ก็คงจะดีไม่ใช่น้อย
เด็กหนุ่มค่อยๆหลับตาลง ทบทวนความนึกคิดที่วนเวียนอยู่ภายในใจ
ทำไมกันนะ...เธอคนนั้นถึงได้ไม่ยอมรับข้อเสนอทั้งๆที่ มันสามารถทำให้เธอเอาสิ่งที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้แท้ๆ
และที่สำคัญ ทำไมตอนนี้เขาถึงได้รู้สึกกระวนกระวายอย่างนี้นะ
รู้สึก..สับสนงั้นหรือ ? ไม่สิ
คำๆนี้นั้นมันได้ถูกตัดออกไปจากฉันคนนี้ จนหมดสิ้นแล้วไม่ใช่หรืออย่างไร..
และสิ่งที่ได้มาแทน..ก็คือความเด็ดเดี่ยวที่จะสามารถทำให้ตัดสินใจทำสิ่งใดได้โดยไร้ไม่ลังเล
ที่สำคัญ หากในครั้งนี้เขาสามารถตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดเหมือนในตอนนั้น ก็คงไม่ต้องมาทนทรมานถึงขนาดนี้
ใช่.หากทำเหมือนครั้งก่อน ตอนที่ได้รับปีกนี่มา ตอนที่เขาได้ละทิ้งความเป็นมนุษย์ไปจนหมดสิ้น
ที่ได้ทำมาทั้งหมด มันก็เพื่อสิ่งๆนั้นไม่ใช่หรือยังไงกัน ก็เพื่อสิ่งที่อยากจะทำให้ได้
นัยน์ตาสีควันค่อยๆเปิดออกขึ้นอีกครั้ง มองดวงอาทิตย์ที่กำลังถูกท้องทะเลกลืนหายไปจนเกือบหมดสิ้น
"เฮ้อ..เผลอแป๊ปๆ ก็จะมืดอีกแล้วหรือเนี่ย" พึมพัมพลางเงยหน้ามองท้องฟ้าขณะกำลังเปลี่ยนเป็นท้องฟ้ายามรัตติกาล ก่อนจะทิ้งตัวลงกับก้อนศิลาเพื่อให้มองเห็นท้องฟ้ายามราตรีได้ชัดๆ
"แบบนี้ดีกว่าเยอะเลยแฮะ ไม่เมื่อยคอด้วย" เขากล่าวอย่างภูมิใจกับความคิดเล็กๆของตนเอง
รอยยิ้มหวานเล็กๆแต่งแต้มบนใยหน้าคมคาย ในสถานที่สงบๆเช่นนี้คงทำให้คลาวด์ฟินสามารถคิดทบทวนอะไรได้ในหลายๆเรื่อง
"จะทำยังไงยัยนั่นถึงจะยอมรักษาขานะ..." กล่าวกับตัวเอง พร้อมรอยยิ้มบางที่ปรากฎโดยไม่รู้ตัว
แต่คลาวด์ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าในบริเวณนี้นั้น ไม่ได้มีแค่เขาอยู่เพียงคนเดียว
...
"ว่าแต่'ยัยนั่น'นี่คือใครเหรอคะ" เสียงใสเล็กกล่าวขึ้นอย่างร่าเริง
"ก็พรินลิเต้ไง จะมีใครซะอีกล่ะ.."
"พรินลิเต้นี่..ผู้หญิงเหรอคะ"
"ผู้หญิงสิ..ชื่ออย่างนี้คงไม่มีผู้ชายหรอก" เขาตอบอย่างอัตโนมัติ ราวกับเป็นคำพูดที่ใช้ใจสั่นการแทนการใช้สมองเสียแล้ว
ว่าแต่....
'นี่..เราคุยกับใครอยู่หว่า'
เด็กหนุ่มได้สติ ละสายตาจากท้องฟ้าเบื้องหน้าก่อนเอนคอหันไปมองทางต้นเสียงแทน
"เฮ้ย!"
ภาพของคนที่อยู่เบื้องหน้า คือเด็กสาวตัวเล็กๆในชุดเสื้อกระโปรงสีขาวโพลนยาวลงถึงเข่า เส้นผมสีดำสนิทของเธอถูกปล่อยยาวถึงกลางหลังทำให้ดูเด่นสะดุดตา คล้อยกับใบหน้านวลของเด็กๆ
"ว่าแต่หนูมาจากไหนเหรอครับ ?" ประโยคแรกถูกเปิดอย่างรีบร้อนน่าแปลกผู้เบิกประโยคสนธนา กลับรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นปกติได้อย่างน่าทึ่ง
"หนูเป็นคนแถวนี้น่ะค่ะ .." รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของเด็กสาวดูน่ารักหน้าเอ็นดู มันทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนกับว่าเคยรู้จักเด็กคนนี้มาก่อน
"ว่าแต่พี่คะ?" เด็กสาวอมยิ้ม ชวนทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกหวาดๆอยู่เล็กๆ
"อะ..อะไรเหรอ"
"พี่พรินลิเต้นี่..แฟนพี่เหรอคะ?"
"หา! เฮ้ย!"
"ว๊าย!"
โครมม!
............
มันก็..ไม่ใช่อะไรหรอกเพียงแต่เมื่อครู่ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น คลาวด์ฟินก็สะดุ้งโหยงจนกระทั่งตกลงมาจากก้อนหินที่สูงเกือบสองเมตร ...
แต่ก็โชคยังดี ที่พื้นข้างล่างเป็นทราย
"เอ่อ..เป็นอะไรหรือเปล่าคะ "
"ม..ไม่เป็นไร" ชายเฟอะฟะกล่าวพลางค่อยๆดันร่างของตัวเองขึ้น ก่อนนั่งลงในระดับเดียวกับความสูงของเด็กหญิง
"ก่อนอื่น..ขอย้ำก่อนเลยนะ ว่าเธอไม่ใช่แฟนพี่" พลางปัดเศษทรายที่ติดตามเสื้อผ้าออก
"งั้น..พี่ชอบเหรอคะ ?"
"ก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ!" เขาตวาดเต็มเสียง แต่แทนที่จะกลัว กลับทำให้เด็กสาวตัวน้อยหัวเราะคิกคักแทนเสียนี่
"แล้วทำไมต้องร้อนรนด้วยล่ะ แถมยังตอนตกจากก้อนหินนั่นอีก คิกๆ " เธอกล่าวน้ำเสียงซื่อ จนทำให้คนตรงหน้าต้องยอมแพ้
ในตอนนี้นั้น คลาวด์ฟินเริ่มรู้สึกว่าถูกเด็กอายุน้อยกว่าเกือบสิบปีนี่ปั่นหัวเข้าเสียแล้ว หนำซ้ำยังทำให้เขาหลุดการกระทำเมื่อครู่ที่ไม่สมกับเป็นตัวเขาไปเสียนี่
"ช่างเถอะ..คุยเรื่องอื่นกันดีกว่า"สุดท้ายเมื่อไร้หนทาง คลาวด์ฟินจึงต้องกล่าวสิ่งที่ไม่สมควรกับเด็กน้อยคนนี้
อย่างน้อยก็เพื่อตัวเขาเองแหละนะ..
ว่าแต่แต่ไอ้นิสัยชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านนี่ มันเป็นกันตั้งแต่เด็กเลยหรือไงเนี่ย?
"ชิ..ก็ได้ค่ะ" ถึงจะไม่แสดงอาการ แต่เขาก็รู้ในทันทีว่าเธอกำลังไม่พอใจอยู่แน่
"ว่าแต่หนูชื่ออะไรเหรอ พี่จะได้เรียกถูก" คลาวด์ฟินเปลี่ยนเรื่อง ก้มตัวต่ำในระดับเดียวกับเด็กตัวน้อย กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดัดให้เป็นมิตรกับเด็กที่สุดเท่าที่คนอย่างเขาจะทำได้
...
เด็กน้อยเงียบไปซักพัก มองพี่ชายตัวดีด้วยหางตา
"ถ้าจะจีบหนูล่ะก็..หนูฟ้องพี่พรินลิเต้จริงๆนะ"
"โหย ไม่จีบหรอกน่า! ที่สำคัญพี่บอกแล้วว่าพี่กับพรินลิเต้ไมได้เป็นอะไรกัน"
"ฮะๆ..ล้อเล่นหรอกค่ะ อย่าร้อนตัวสิ"
คลาวด์ฟินถอนหายใจ ยกมือขึ้นกุมขมับ
อีกแล้ว..นี่เราถูกเด็กปั่นหัวอีกจนได้สิน่า..
"ว่าแต่..เวลาจะถามชื่อคนอื่น ต้องทำยังไงก่อนคงรู้สินะคะ"
"จ้ะๆ แนะนำตัวก่อนสินะ"เด็กหนุ่มพยายามข่มใจไว้ เพราะเขาจะมามัวหัวเสียกับเด็กตัวแค่นี้ไม่ได้
"พี่ชื่อ ดีเฟอรัน คลาวด์ฟิน ครับ แล้วหนูล่ะ"
"หนูชื่อ มิสึ ไอโกะ ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ" เด็กน้อยกล่าวแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดู
"เช่นกันครับ"
...........
หลังจากนั้น คลาวด์ฟินได้นั่งคุยกับเด็กหญิงคนนี้อยู่เป็นเวลานาน ถึงแม้ท้องฟ้าและรอบกายจะมืดมิด แม้แต่น้ำทะเลก็กลายเป็นสีดำสนิท ความสวยงามของท้องทะเลยามนี้นั้นแตกต่างจากช่วงเย็นโดยสิ้นเชิง
แต่อย่างน้อย แสงสว่างจากอาคารบ้านเรือนแถวนี้ช่วยทำให้พอมองเห็นทัศนวิสัยอยู่บ้าง
น่าแปลกที่ถึงแม้จะรู้จักกับเด็กคนนี้ได้ไม่นาน แต่คลาวด์ฟินกลับกล้าที่จะพูดคุยกับเธอในหลายๆเรื่อง ทั้งเรื่องที่เขากำลังกลุ้มใจและเรื่องอื่นๆอีกมากมาย ..รวมถึงเรื่องปีกของเขาด้วย
ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าเด็กคนนี้จะอาจจะคิดว่าเขาเป็นคนเพี้ยนไปเลยก็ตาม เพราะโดยตลอดมาเขาจะใส่ผ้าคลุมสีดำยาวตั้งแต่ศีรษะลงจรดต้นขาเพื่อปกปิดไม่ให้คนภายนอกเห็นสิ่งที่ไม่ควรบนหลังของเขา ยกเว้นเวลาที่บินและอยู่กับพรินลิเต้เท่านั่นที่จะเอาผ้าคลุมนี่ออก
"นี่..ไอโกะจัง" กล่าวโดยไม่สบตาอีกฝ่าย นัยน์ตาหรี่เล็กลงเมื่อเกิดความกังวลใจที่จะเอ่ยถาม
"ถ้าเธอเป็นพรินลิเต้ หนูจะอยากกลับมาเดินได้อีกครั้ง...จะอยากที่จะรับข้อเสนอนั่นหรือเปล่า "
ไอโกะยิ้ม พูดตอบไม่มองคู่สนทนา เธอกล่าวพร้อมแหงนหน้าขึ้นข้างบนฟ้า
"ไม่รู้เหมือนกันสิคะ ถ้าถามหนู หนูก็อยากกลับมาเดินได้อีกครั้งนะ แต่เรื่องขอเสนอนี่หนูคิดว่ามันขึ้นอยู่กับคนนะคะ"
"อืม.." คลาวด์ฟินกล่าวรับ
"ว่าแต่..ท้องฟ้าคืนนี้สวยจังเลยนะคะ" คำพูดของเด็กน้อยทำให้เขาหลุดจากภวังค์ที่สับสน เงยหน้ามองฟ้าตามคำพูดของอีกฝ่าย
เหล่าดวงดาวนับล้านที่เรียงรายอยู่เต็มฟากฟ้าต่างส่องสว่างอย่างไม่ยิ่งหย่อนให้แก่กัน ราวกับต้องการแข่งขันเพื่อความเป็นที่หนึ่งบนฟากฟ้ายามราตรีนี้
แสงสว่างจุดเล็กๆ ถ้าหากมีเพียงจุดๆเดียวคงดูไร้ค่าและไม่สวยงาม แต่เมื่อมาอยู่รวมกันจะเห็นเป็นกระจุกของแสงสว่างที่ส่องระยิบระยับยามรัตติกาล
"สวย.จริงๆด้วยสิ" รอยยิ้มอบอุ่นปรากฎบนหน้าของเด็กหนุ่มอีกครั้ง หากแต่คนที่ได้สังเกตุเห็นจะมีเพียงเด็กน้อยซึ่งอยู่ข้างๆเพียงคนเดียว
"ฮะๆ ยิ้มอย่างนี้อีกแล้ว"
"เอ๋?" คำกล่าวจากผู้เยาว์กว่าที่ดูจะสร้างความงุนงงให้แก่อีกฝ่ายได้อย่างดี
"ก็พี่เคยยิ้มอ่อนโยนแบบนี้..แค่ตอนแรกที่หนูเห็นพี่คลาวด์ฟินพูดถึงพี่พรินนิเต้" เธอเว้นวรรค "แล้วก็เมื่อกี๊นี้เองนี่นะ"
ผู้เป็นพี่ ยิ้มเล็กๆด้วยความเขิน
"แหม..ยัยเด็กรู้มาก"
ตอนนี้ เขาเข้าใจแล้ว ว่าสิ่งที่ตนเองควรจะทำมันคืออะไรกันแน่..ความกังวลใจได้หายไปจนหมดสิ้น
ยังไงต้องขอบคุณที่ได้เด็กคนนี้มาช่วยเตือนสติ ไม่เช่นนั้นเขาคงหลงทางอยู่อีกนานเป็นแน่
'จะว่าไป พรุ่งนี้ ..'
'ไปหาพรินลิเต้ดูอีกรอบดีกว่า ..'
edit @ 13 Apr 2011 00:21:40 by BlackKnife
อ่านได้ลื่นไหล ความรู้สึกของตัวละครและบทบรรยายสอดคล้องทำให้ไม่รู้สึกสะดุด เขียนแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็สมบูรณ์แบบจ๊ะ
#1 By AquaTales on 2011-04-15 20:56