"ลั้น ลา ~"

เสียงฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์ดังท่ามกลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี

เหล่าสัตว์ป่าตัวจ้อย ต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมากให้ความร่มเย็นและเสียงของน้ำไหลจากลำธารที่ใสจนมองเห็นพื้นหิน สร้างความรู้สึกเพลิดเพลินให้กับผู้สัญจรผ่านมาอย่างมาก

ถึงแม้ล้อของรถม้าเสียดสีกับพื้นดินทำให้เกิดเสียงดังกึกก้องรอบบริเวณรถเกวียนขนาดเล็ก ซึ่งมีเจ้าม้าสีขาวตัวน้อยกำลังวิ่งลากอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยบนคันรถมีกล่องกระดาษทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่บรรทุกอยู่ โดยไม่ทราบว่าภายในนั้นบรรจุสิ่งใดมาบ้าง

เสียงล้อกระทบพื้นดินดังกุกกักน่ารำคาญ หากมันไม่สามารถทำให้ชายผู้อยู่บนหลังม้าละสายตาจากทิวทัศน์อันสวยงามรอบๆได้

"สวยจริงๆเลยนะนี่ที่เนี่ย" เขาคลี่ยิ้มพลางทอดมองธรรมชาติรอบกาย สายลมที่พัดอ่อนๆทำให้รู้สึกผ่อนคลายจากการเดินทางไกล

"ถ้าได้อาศัยอยู่ที่นี่ ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ"เด็กหนุ่มกล่าวด้วยความชื่นชมต่อบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกสดชื่น ก่อนจะหันกลับมามองทางข้างหน้าเพื่อควบคุมรถม้าต่อ

"เฮ้ย !"เขาต้องร้องเสียงหลงเมื่อพบว่าสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งกำลังวิ่งตัดหน้าเส้นทางรถอยู่

ร่างสูงกระตุกเชือกอย่างแรงทำให้เจ้าม้าสีขาวรับคำสั่งวิ่งเบี่ยงออกข้างเส้นทางเพื่อหลบเจ้าสุนัขจิ้งจอกที่กำลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต


แรงเหวี่ยงที่เกิดขึ้นนั้นมากจนทำให้เด็กหนุ่มเสียพลัดหลักตกจากหลังม้าลงข้างทางกระแทกพื้นอย่างรุนแรงก่อนร่างของเขาจะกลิ้งลงเนินและค่อยๆหมดสติไป

 

...

 

ไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วและได้หมดสติไปนานเท่าไหร่

นัยน์ตาค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆเมื่อได้ยินอะไรบางอย่าง

'ฟื้นแล้วเรอะ ไอ้หนุ่ม'

เสียงแหบที่ได้ยินกระตุ้นให้เขารีบดึงสติกลับมาเร็วขึ้น

'ดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรมากสินะ' เสียงพูดดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หากมันเป็นเสียงหวานของสตรีเพศซึ่งต่างกับเสียงแหบแห้งที่ได้ยินในตอนแรก

 

ผู้สลึมสลือค่อยๆรวบรวมเรี่ยวแรงดันร่างให้ลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ ก่อนยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมศีรษะโดยอัติโนมัติ    "เจ็บ!"เขาร้องขึ้น รู้สึกปวดที่ศีรษะอย่างรุนแรง

"หัวเธอคงกระแทกตอนเกิดอุบัติเหตุน่ะพ่อหนุ่ม" เสียงแหบพร่าดังขึ้นอีกครั้ง

และเมื่อหันมองต้นเสียง จึงทำให้เห็นว่าผู้พูดคือชายชราคนหนึ่ง ชายแก่ใส่สูทอย่างผู้ดีชาวยุโรป ใส่หมวกกลมปีกกว้างสีเขียว มือขวาถือไม้เท้าที่ทำจากไม้โดยที่หัวไม้เป็นรูปเกือกม้าติดปีกนกสีขาวที่ทำจากเหล็ก


เด็กหนุ่มกวาดสวยตาไปรอบๆ ทำให้พบหญิงแปลกหน้าคนหนึ่งซึ่งทำให้รู้ได้ทันทีว่าเธอคือเจ้าของเสียงหวานนุ่มที่เขาได้ยิน

หญิงสาววัยผู้ใหญ่ในชุดสีแดงคล้ายชาวจีน หล่อนใส่หมวกสีแดงสดซึ่งทำจากผ้ายาวลงประบ่าที่กลางหน้าผากมีจุดขนาดเล็กดูสง่างาม


"พวกคุณคือ.." ผู้ประต่อเรื่องราวถามอย่างงุนงง ขณะนี้ในหัวนั้นขาวโพลนไปหมด

ชายชรายิ้ม ก่อนโค้งตัวแนะนำอย่างสุภาพ  "ฉันชื่อ รัทเจอร์ เป็นนายกเทศมนตรีของหมู่บ้านบลูเบลที่ล่างเขาแห่งนี้ทางตะวันตก"

หญิงสาวมองชายสูงอายุอย่างไม่สบอารมณ์ที่ถูกชิงพูดก่อนจากนั้นหล่อนจึงหันกลับมาแนะนำตัว  "ฉันชื่อ 'อินะ'เป็นนายกเทศมนตรีของหมู่บ้านโคโนะฮานะ หมู่บ้านฉันอยู่ทางข้างล่างขางเขาฝั่งตะวันออกน่ะ "

เธอถามต่อ "แล้วเธอล่ะ ชื่ออะไรเหรอ แล้วมาจากที่ไหนกัน" นัยน์ตาสีดำสนิทของเจ้าหล่อนทอดมองเด็กหนุ่มตรงหน้า ที่กำลังกุมขมับทิ้งสองข้างหลับตาเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง


ก่อนเขาจะลืมตาขึ้นเงียบลงชั่วครู่ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ  "ผะ..ผม  ผมจำอะไรไม่ได้เลยครับ.. " นัยน์ตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้างอย่างคนที่กำลังสติแตก

 

ทั้งสองตกใจที่ได้ยินเช่นนั้น

แต่รัทเจอร์นึกอะไรได้บางอย่าง เขายื่นมือชี้นิ้วออกไปทางอีกด้านหนึ่ง

"แล้วเธอจำเจ้านี่ได้ไหม"

ชายที่กำลังสติแตกหันมองตามทิศที่ผู้สูงอายุชี้  ทำให้พบกับลูกม้าสีขาวซึ่งเป็นผู้นำพาเขาเดินทางมาจนถึงที่นี่

"ตอนที่พวกเราบังเอิญมาพบเธอ มันคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่างเลยนะ" อินะกล่าวพลางหัวเราะร่วน "มันคงรักเธอมาก"


เด็กหนุ่มผู้สูญเสียความทรงจำค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆด้วยท่าทีประหลาดใจ ส่วนเจ้าม้าตัวน้อยก็กำลังเดินตรงกลับมาหาผู้เป็นนาย


"โพนี่..โพนี่" ร่างสูงค่อยๆลูกใบหน้าของเจ้าม้าตัวน้อยอย่างเอ็นดู "นั่นแกใช่ไหม"

ลูกม้าขาวกู่ร้องเสียงแหลมแทนคำตอบ ผู้เป็นเจ้าของไม่รีรอที่จะดึงขอมันเข้ามากอดด้วยความรักใคร่  "ฮะๆ โพนี่..ใช่แกจริงๆด้วย"

เจ้าม้าร้องร่ามันดีใจเช่นเดียวกันที่เจ้านายจำมันได้


บรรยากาศที่น่าประทับใจ ทำให้นายกทั้งสองเผลอยิ้มอย่างมีความสุขโดยไม่รู้ตัว ก่อนนายกฝ่ายชายจะนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้ถามอะไรบางอย่างไป

"ตอนนี้..เธอจำอะไรได้มั่ง "

"ครับ" เด็กหนุ่มละความสนใจจากเจ้าม้าเขากำลังครุ่นคิด ซึ่งมันก็เลิกชวนเขาเล่นเมื่อเห็นกริยาของเจ้านาย "เท่าที่นึกออก ผมจำได้แค่ชื่อตัวเอง..กับเจ้าโพนี่ครับ"


"แล้ว เธอชื่ออะไรหรือ" อินะถาม

"ผมชื่อ.." เว้นวรรค ทบทวนระบบความคิดให้แน่ใจ "ผมชื่อ 'โฮชิ'ครับ "


"โฮชิ งั้นหรือ เป็นชื่อที่ดีนะ" รัทเจอร์ฉีกยิ้ม ทันใดนั้นอินะที่อยู่ข้างๆเขาโพล่งขึ้นจนทำให้ชายแก่สะดุ้ง

"แล้วเธอจะเอายังไงต่อเหรอจำอะไรไม่ได้ บ้านก็ไม่มี" เธอมองคนตรงหน้าที่กำลังครุ่นคิดอีกครั้ง ส่วนชายแก่แอบว่าร้ายเธออยู่ในใจ

'จู่ๆก็พูดขึ้นมา คนเขาอุส่าห์ทำบรรยายกาศให้ซึ่ง'


โฮชิเงยหน้าขึ้นอย่างไร้ความหวัง "ไม่รู้เหมือนกันครับ"

เมื่อได้ยินคำตอบ นายกหญิงต่างยิ้มแป้นส่วนรัทเจอร์ลืมคำนึกคิดเมื่อครู่เช่นกัน พวกเขากล่าวออกพร้อมกันโดยรู้ตัว

"ถ้างั้น เธอมาอยู่ที่หมู่บ้านของฉันไหม ! "

"เอ๋ !?"


_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _


End

Comment

Comment:

Tweet