untitled

posted on 03 Dec 2011 22:45 by blackknife

ไปนั่งค้นภาพเก่าๆมา ทำให้เห็นถึงภาพ CG ครั้งแรก สมัยที่ยังเล่น 12 หางอยู่ = =

 

เลยเอามาแปะไว้..

 

.

.

.

.

น้องต่าย ... and แครอน !

 

 

(ลงสีไม้สวยกว่าป่ะ !!(ทรุด))

ฟิคเวียนตอนที่ 7 - Doubt [seigis dark]

posted on 08 Oct 2011 19:40 by blackknife


"หา?" เสียงทุ้มดังขึ้น เมื่อข้อความที่น่าตกใจและฟังดูงุนงงเป็นที่สุดได้หลุดออกจากปากเด็กสาวนางหนึ่งที่กอดอกนั่งจ้องหน้าเขม็ง

ราวกับว่าเขาเป็นผู้ต้องหาคดีร้ายแรงที่ยากจะให้อภัยได้ เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นและไม่มีอาการเกรงกลัวแต่อย่างใด

เหมือนว่าร่างบอบบางที่ทำไม่ได้แม้แต่จะเดินนี้ก็สามารถเข้าจู่โจมได้ทันทีที่ตนต้องการ

"ดูเหมือนจะยังคงงงอยู่สินะคะ..." หญิงสาวเอ่ยขึ้นอีกครั้งเพื่อเป็นการกระตุ้นให้คนที่นั่งอยู่ตรงขอบหน้าต่างตอบคำถามของเธอ

"เมื่อคืนนี้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงพยาบาลแห่งนึงใกล้ๆนี้ เพราะว่าเกิดเหตุกลางดึกทำให้มีคนตายจำนวนมาก.."

"แล้วก็เลยสงสัยว่าฉันทำหรอ?"

"ใช่ค่ะ"

"เฮ้ๆ! ฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยนา เมื่อคืนฉันออกไปนอนอยู่แถวริมทะเลนู่น"

มันเป็นความจริง  เพราะหลังจากคุยกับพรินลิเต้แล้วเขาก็ไปนอนเอกเขนกที่ชายหาด พบกับไอโกะแล้วอยู่คุยกันจนดึก

จากนั้นก็นอนค้างที่โรงแรมของเธอซึ่งมันไม่มีทางที่เขาจะกลับมาวางเพลิงในเมืองนี้ได้เลย

"แล้วทำไมเธอมาสงสัยฉันล่ะ ปกติไฟไหม้มันต้องมีต้นเพลิงอยู่นะ สายไฟมันช็อตหรือเปล่า?"

"ทีแรกฉันก็คิดแบบนั้นนะคะ แต่พอหน่วยกู้ภัยกับตำรวจเข้าไปตรวจสอบแล้ว..." ร่างบางเว้นวรรคหายใจครู่หนึ่ง ดวงหน้าของเธอปรากฏสีหน้า

ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า...ตัวเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่จะพูดนั้นเป็นความจริงที่ต้องยอมรับอย่างช่วยไม่ได้

"กลับ...ไม่พบร่องรอยของต้นเพลิงเลยค่ะ"

"แบบนั้นมันเป็นไปได้ด้วยหรอ"

"มันเป็นไปแล้วจริงๆนะคะ !!"

นันย์ตาสีหยกจ้องเข้ากับนัยน์ตาสีควันอย่างไม่มีการหลบ เจ้าหล่อนพูดความจริง...แม้จะไม่อยากเชื่อแค่ไหนแต่มันก็คือความจริง

'ทำไมกัน...ทำไมนะ...ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ล่ะ? เรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริงได้เลยแบบนี้..'

ภายในจิตใจที่สงบกลับเริ่มสับสนและหวั่นไหวหลังจากได้รับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตั้งคำถามมากมายกับตนเอง แล้วคิดทบทวนเกี่ยวกับตัวเอง

"คุณคลาวด์ฟินไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุไฟไหม้..ใช่ไหมคะ?"

"หืม? อ๋อ..อื้อ ! ฉันไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลยจริงๆนะ ขอสาบานด้วยเกียรติแห่งลูกผู้ชายได้เลย"

"มะ.ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ค่ะ!"

คลาวด์ฟินส่งเสียงหัวเราะชอบใจ แม้เสียงของพรินลิเต้ทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์ได้แต่มันก็ไม่สามารถทำให้'ความไม่เข้าใจ'นี้

หายไปจากใจของเขาได้เลย

"พรินจ๊ะ พี่เข้าไปในห้องได้หรือเปล่าเอ่ย?" เสียงหวานดังขึ้นข้างนอกห้อง

ไม่ใช่ของใครที่ไหน นางพยาบาลสาวที่ดูแลพรินลิเต้อยู่'แอนนิต้า'นั่นเอง

ที่เธอมาที่นี่ นั่นก็เพราะจะมานำอาหารเช้าของพรินลิเต้ไปเก็บเท่านั้น

"อะแหะ..งั้นไปก่อนแล้วกันเนอะ?" คลาวด์ฟินพูดเสียงกระซิบแล้วกระโจนออกหน้าต่างไปเหมือนอย่างเคยโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองเหตุการณ์ในห้องต่อจากนั้น

"อ้าว เหมือนเมื่อกี้มีใครนั่งอยู่ตรงริมหน้าต่างเลยเนอะ" แอนนิต้าเอ่ยขณะเดินเข้ามาใกล้เตียงของเด็กสาว

"เงานกที่มาเกาะหน้าต่างมันสะท้อนให้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือเปล่าคะ"

"งั้นหรอกหรอ..แต่เหมือนเช้านี้จะเจริญอาหารผิดปกตินะเราน่ะ"

ว่าพลางนัยน์ตาสีส้มแดงเหมือนเปลวไฟก็จับจ้องอยู่บนโต๊ะสำหรับผู้ป่วยของพรินลิเต้ ที่มีถาดอาหารเช้าวางอยู่ ซึ่งมันก็หมดเกลี้ยงไม่มีของเหลือเลย

และพรินลิเต้ก็ทำได้แต่หัวเราะแหะๆแก้ขัดไปเนื่องจากไม่รู้จะตอบอีกฝ่ายอย่างไรดี..

เงาของร่างหนึ่งทอดฉายลงบนพื้นและผ่านไปอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครทันสังเกตุว่าเงานั้นเป็นเงาของคนหรือนกที่กำลังโบยบินอยู่บนท้องฟ้ากันแน่

เจ้าของเงานั้นได้แต่บินอย่างเลื่อนลอยเพราะสติตอนนี้มันได้ไปจดจ่ออยู่บเหตุการณ์ไฟไหม้ที่แสนลึกลับนั่น

เรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้นี้มันจะเกิดขึ้นได้ยังไงกัน ?

ไม่..ไม่มีทางหรอก...

เรื่องๆนึงมันจะเกิดขึ้นแบบไร้สาเหตุได้อย่างไรกัน..

มันจะต้องมีสาเหตุเบื้องหลังอยู่แน่ๆ..

ขนาดเขาที่ทุกวันนี้เองก็แทบจะนับเป็นสิ่งแปลกประหลาดมหัศจรรย์เหมือนเอเลี่ยนในหนังก็ไม่ปาน ยังมีสาเหตุที่กลายเป็นแบบนี้เลย..

ไม่มีเรื่องอะไรในโลกที่เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ..

สาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้แบบไม่มีต้นเพลิงได้...

'สงสัยงานนี้ต้องมีสืบกันหน่อยแล้วสิ..'

ภาพวิวทิวทัศน์เบื้องหน้า ..น้ำทะเลในยามนี้ช่างต่างกับเมื่อช่วงสายันต์เหลือเกิน ทั้งๆที่เวลาก็เพิ่งเดินผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

ทรายเม็ดสวย ที่เคยถูกแสงอรุณส่องสะท้อนเป็นประกายใสดั่งผลึกแก้ว ในตอนนี้กลับแปลเปลี่ยน..เหลือเพียงหาดทรายที่มืดสนิท ไร้ซึ่งความสดใสสวยงาม

ท้องมหาสมุทรที่เคยมีสีครามสดใสในตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นท้องทะเลสีดำ ราวกับได้แปดเปื้อนไปด้วยสิ่งที่เป็นมลทินต่างๆ


..


"แปลกดีเนอะ" เสียงทุ้มได้ลอยผ่านตามสายลมเอื่อยๆ กล่าวพลางทอดมองทิวทัศน์ตรงหน้า

"พอได้เห็นอย่างนี้แล้ว อย่างกับว่าทะเลได้ตายไปแล้วยังไงอย่างนั้น" พลางหันมองร่างบางข้างกาย พร้อมรอมยิ้มอ่อน

 

คู่สนทนาตัวน้อยคลี่ยิ้มบางๆ แกว่งขาไปมาอย่างอารมณ์ดี

"นั่นสินะคะ.." ไอโกะหลับตาพริ้ม พลางรอยยิ้มหวานที่ปรากฎบนในหน้าของเด็กน้อย "แต่พรุ่งนี้เช้า ทะเลก็จะกลับมาสวยงามดังเดิมนี่คะ"


...


เด็กหนุ่มอดไม่ได้ ที่จะต้องประหลาดใจกับคำพูดของเด็กหญิงตัวน้อยๆคนนี้ ทั้งๆที่อายุยังน้อยแต่กลับมีความคิดที่ในหลายๆครั้งแม้แต่คนที่เกิดก่อนหลายปีอย่างเขา ยังต้องคาดไม่ถึง

พลางลูบเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของหล่อน เรือนผมที่อ่อนนุ่มชวนให้อยากที่จะสัมผัส


"ไอโกะ..ถ้าเราสามารถเอาสิ่งที่สูญเสียไป คืนมาได้ง่ายๆอย่างทะเลนี่ก็คงจะดีเนอะ"


"นั่นสิคะ..." เธอคลี่ยิ้ม

 

 

เวลายามค่ำคืนค่อยๆไหลอย่างช้าๆ  เพียงแต่ในบางความรู้สึกกลับรู้สึกว่าวันเวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน


"สี่ทุ่มกว่าแล้วเหรอเนี่ย..." คลาวฟินด์อ่านตัวเลขที่ส่องแสงอยู่บนหน้าของเครื่องมือถือ

ที่ว่าเวลาที่สนุกสนานมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วคงจะจริงกระมัง ทั้งๆที่รู้สึกว่าเพิ่งได้นั่งคุยกับไอโกะบนก้อนหินก้อนนี้มาได้ไม่นานแท้ๆ

แต่ในความเป็นจริง เวลากลับเดินอย่างไร้ความปราณี...


"ฉันว่า เธอกลับบ้านได้แล้วนะ เดี๋ยวคนที่บ้านก็เป็นห่วงเอาหรอก"

คิ้วขอกผู้เยาววัยขมวดเข้าหากัน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว

"ก็บ้านหนูอยู่แถวนี้เองว่าแต่พี่เถอะ บ้านอยู่ไหนเหรอคะ ไกลไหม?"


คลาวด์ฟินหันมองผู้พูดอย่างแปลกใจ

กลายเป็นว่า..ต้องคอยให้เด็กเป็นห่วงไปซะแล้ว


"เอาตรงๆเลยนะ.." พลางดันตัวขึ้นจากก้อนหิน พลางปัดเศษทรายที่ติดตามเสื้อผ้า


"พี่เป็นพวกเร่ร่อน ไม่มีบ้านอยู่เป็นหลักแหล่งหรอก.."


ก่อนเด็กหนุ่มจะนิ่งค้างไป เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กน้อยที่กำลังแสดงอาการตื่นตกใจจ้องมองใบหน้าเขาอย่างไม่พริบ

 

"โถ่..ที่แท้ก็คนจรจัด"


"ไม่ใช่แล้วเฮ้ย!" ตวาดสุดเสียง อย่างหัวเสีย


"คิก คิก แหม ล้อเล่นหรอกค่ะ " เด็กน้อยหัวเราะเสียงใส ปฎิกริยาโต้ตอบที่เธอได้รับเมื่อมันตรงกับความคิดและความต้องการของเธอไม่มีผิด

 

คลาวฟินด์ปิดลงข่มใจให้สงบเยือกเย็นอีกครั้ง ไม่อยากที่จะเสียท่าให้กับไอโกะไปมากกว่านี้..


"เอาอย่างนี้.." กล่าวพลางผายมือข้างหนึ่งไปทางร่างบางที่กำลังหัวเราะอย่างอารมณ์ดี


"ตอนนี้มันดึกมากแล้ว เดี๋ยวพี่ไปส่งเธอเองแล้วกันว่าแต่บ้านเธออยู่ไหนน่ะ"


ความเงียบสงัดเข้าแทรกค่ำคืนยามราตรีชั่วครู่ ก่อนเสียงใสของเด็กสาวได้ทำลายมันลงไป


"จะดีเหรอคะ.." เอ่ยด้วยซุ่มเสียงอ่อนน้อม ด้วยความเกรงใจต่อผู้ที่อาวุโสกว่าตน


กลับกัน รอยยิ้มเลศนัยน์ฉาบบนใบหน้าคมคาย เอ่ยข้อเสนอที่อีกฝ่ายยากจะปฎิเสธ  "ไม่อยากให้พี่พาบินบนท้องฟ้าเหรอ ? "


 และได้ผล..เมื่อดวงตาของเด็กน้อยกำลังเป็นประกายระยับ

"อยากสิคะ ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ ~ "

 

"หึหึหึ" ชัยชนะครั้งแรก..เขาได้รับมาแล้ว ชัยชนะที่ได้มาจากไอโกะ


ยังไงซะวิธีหลอกเด็ก ก็ยังคงได้ผล..

 

 

..............................


พึ่บ


เสียงขนนกเสียดสีกับอากาศปีกสีดำกระพืออย่างช้าๆหากมั่นคง ลมทะเลพัดผ่านปีกทั้งสองข้างเป็นช่วงๆ

คลาวด์ฟินรู้สึกได้ถึงร่างเล็กบนแผ่นหลังของเขาที่กำลังสั่นระริก เพราะความหนาวเย็นของอากาศที่เย็นยะเยือก

ในสถานที่นี้ ใกล้ชายทะเลย่อมมีลมพัดแรงอยู่แล้วที่สำคัญ ในเวลากลางคืนอย่างเช่นขณะนี้ คงไม่แปลกนักที่ความหนาวเย็นจะทำให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งทนต่อสภาพอากาศนี้ไม่ไหว


"ไอโกะไหวไหม..แล้วนี่ใกล้ถึงบ้านเธอหรือยัง" เขาเอ่ยด้วยความเป็นห่วงตามประสาพี่จากนั้นค่อยๆฉลอความเร็วลงเพื่อไม่ให้สายลมหนาวปะทะกับร่างบางมากจนเกินไป


"กะ ใกล้แล้วค่ะ หนูยังไหว มะ ไม่ต้องห่วงหรอก" คำพูดที่สวนกับความจริงเสียงที่สั่นคลอกับร่างที่กำลังหนาวสั่น ไม่สามารถตบตาชายเคียงข้างได้อยู่แล้ว

 

"เงียบเถอะน่า หนาวก็บอกมาเถอะเดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี"  คลาวด์ฟินดึงผ้าคลุมของเขาขึ้นมาคลุมร่างของเจ้าหล่อนเอาไว้เพื่อให้ไอโกะรู้สึกอุ่นขึ้น


"คิก คิก เป็นห่วงด้วยเหรอคะ" เธอกล่าวอย่างอารมณ์ดี


"เออสิ! ใครจะไม่เป็นห่วงเด็กเอาแต่ใจอย่างเธอกัน "

 


ผ่านไปพักหนึ่ง

คลาวด์ฟิน เริ่มที่จะลดความเร็วลงบินอย่างช้าๆเพื่อป้องกันไม่ให้เลยบ้านของไอโกะซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง

แต่น่าแปลก ไม่ว่าจะพยายามมองหายังไงกลับไม่พบสิ่งก่อสร้างที่น่าจะเป็นบ้านเรือนได้เลยซักหลังนอกจากตึกขนาดใหญ่ของโรงแรมหรูแห่งนึงถูกประดับด้วยแสงไฟเจิดจ้ามากมาย ทำให้เป็นที่สังเกตุได้ชัดในเวลากลางคืน

แต่นอกจากโรงแรมนั้นกลับไม่พบบ้านเรือนอื่นๆเลยซักหลัง


"นี่ไอโกะ บ้านเธออยู่แถวนี้แน่นะ ทำไมฉันไม่เห็นว่ามันจะมีบ้านซักหลังเลย"

"อ่า...' ไอโกะไม่ตอบในทันทีเธอเว้นช่วง คล้ายกับลังเลที่จะตอบคำถาม

 


"ก็โรงแรมที่พี่เห็นแหละ บ้านของหนู.."

"หา ?!" เด็กหนุ่มตกตะลึงทันทีที่ได้ยินคำตอบ เข้าใจ..ถึงความหมายของไอ้อาการที่เหมือนไม่อยากตอบคำถามเมื่อครู่แล้ว


"งั้นแปลว่า..."


"ค่า ~ " ไอโกะรับรับเสียงใส


"ที่เมื่อกี๊เธอเงียบไป เพราะกลัวจะทำให้พี่หน้าแตกใช่ไหม?" พลางสังเกตุถึงปฎิกริยาของอีกฝ่าย ยิ่งมั่นใจเมื่อเห็นเธอกำลังฉีกยิ้มและหัวเราะเบา


"ก็ถูก.."

 

'เฮ้อ 'เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือกหนึ่ง รู้สึกเสียรู้ให้กับเด็กคนนี้อีกเสียแล้ว


"งั้นหมายความว่า เธอ..." เว้นวรรค มองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่กระพริบ


"เป็นลูกสาวเจ้าของโรมแรม ~ "เสียงใสดังแทรกขึ้นมาทันท่วงที


ทันใดนั้นสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจได้ถูกเป่าหายไปจนหมดสิ้น

เมื่อรู้ความจริง.. ว่าคนที่คุยกับเขามาตลอดช่วงเย็น เด็กน้อยที่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินอายุคนนี้ที่จริงแล้ว 


เธอเป็นคุณหนู ลูกเจ้าของกิจการโรมแรมหรูหรือนี่ !

 

....


เด็กหนุ่มพูดอะไรไม่ออก

 


"นี่ไอโกะ.." คลาวด์ฟินเอ่ย


"คะ?"


"ถ้าอย่างนั้นคืนนี้..พี่ขอนอนที่นี่ฟรีคืนนึงสิ ได้ใช่ไหม? "


"คิดจะชักดาบกับหนูยากนะคะ" พลางกระตุกรอยยิ้มหวาน ตรงข้ามกับเด็กหนุ่มที่กำลังฉีกยิ้มเจื่อนพลางหัวเราะแห้งๆ ด้วยความรู้สึกประมาณว่า 'เอาไงดีล่ะเรา'

 

"แหม หนูล้อเล่นหรอกอย่าทำหน้าอย่างนั้นสิคะ ~ "

 

....

 

'ทำให้ฉันต้องหน้าแตกอีกกี่ทีถึงใจพอใจหา '